| | หน้าแรก | ย้อนกลับ | หน้าต่อไป | |

| เขาภูกระดึงเสน่ห์ตรึงใจจริง สัณฐานเหมือนดังกระดิ่งทับหล้า |
| สูงล้ำดังค้ำนภา สูงลิ่วทิวทัศน์ตื่นตา สวยกว่าเทวาสรรค์สร้าง |
| หนทางขึ้นลงไม่เรียบแต่ชวนเพลิน เห็นเนินซ้อนเนินลดหลั่นสล้าง |
| น้ำใสตกไหลเป็น ไหลพุ่งจากสูงสุดทาง ไหลหลั่งพื้นล่างสุธา |
| สระอโนดาตดาษน้ำธาร น้ำใสตระการดังแก้วแววตา |
| ริมธารละลานไปด้วยบุปผา ดอกแดงกุหลาบพนา ประดับลัดดากล้วยไม้ไพร |
| หนาวเย็นด้วยลมอากาศชื่นชมดี ทุกยามนาทีลมโบกพัดให้ |
| เหมือนแม้นสวรรค์ชาวไทย ทุกสิ่งยวนเย้าหทัย โน้มจิตโน้มใจสุดฝืน |
| เสียงภูแว่วดังชวนชื่นดังฟังเพลง เหมือนลมบรรเลงเป็นเพลงรักชื่น |
| พริ้วพริ้วพร่างพริ้ววันคืน เหมือนกล่อมและย้อมจิตชื่น ระรื่นด้วยลมพริ้วพร่าง |
| สนยามต้องลมโอนอ่อนเอนลมปลิว สนยืนเป็นทิวแลลิ่วสล้าง |
| หงส์เหิรสุดเหิรเนินทาง ทุกสิ่งสดสวยสอางค์ ทุกแห่งทุกทางตื่นตา |
| เมื่อขึ้นสุดเหนื่อยเมื่อยล้ากาย ทั้งหญิงและชายสุดเหนื่อยเมื่อยล้า |
| ผิวหญิงเมื่อขึ้นถึงยอดภูผา แก้มแดงผิวตึงซึ้งตา เนื้อเต่งโสภาผ่องโสพรรณ |
| แม้นใครได้ยลขออยู่ไปจนตาย เพราะความสบายยอมตายที่นั่น |
| โสฬสฟากฟ้าลาวัณย์ สามโลกไม่แม้นเทียมทัน เหมือนหนึ่งสวรรคนั่นเอย |
มนต์เมืองเหนือ

| ป่าเหนือเมื่อหน้าดอกไม้บาน ลมฝนบนฟ้าผ่าน ฟ้ามองดังม่านน้ำตา |
| น้ำฝนหล่นจากฟากฟ้า ขังแก่งเหมือนแอ่งน้ำตา ไหลตกจากผาแว่วดัง |
| ป่าเหนือเมื่อไปได้พบมา เมืองเหนือเมื่อน้ำบ่า และธารซ่านซ่าเคล้าดัง |
| น้ำไหลไปหลากมากทั้ง หมุนวนสายชลเหมือนดัง ไหลหลั่งเป็นวังน้ำวน |
| ริมฝั่งวังน้ำค่ำลงคงมีแสงจันทร์ คืนหนึ่งคืนนั้นพบกันน้องเอยสองคน |
| เมืองเหนืออนงค์นั้นคงมีมนต์ เป่าหัวใจเสียจนให้ใฝ่ฝัน |
| แอ่วเว้าเจ้าวอนชะอ้อนน้ำคำ จนสูรย์ลอยคล้อยค่ำ สายัณห์เย็นค่ำทุกวัน |
| แล้วไฉนจะให้ลืมนั้น แม้นใครได้ไปเที่ยวพลัน หลงมั่นในเมืองเหนือเอย |
มาลีแดนสรวง

| ฉันเพลิดเพลินวิญญาณสำราญฤทัย ชมสวนเพลินใจ วิไลชวนชื่นหนักหนา |
| ลำดวนอังกาบกุหลาบพนา มณฑาบุหงาเฟื่องฟ้า บุบผางามซึ้งตรึงใจ |
| ลัดดายี่สุ่น พิกุลฉันชม กาหลงลั่นทม ภิรมย์ชมช่อกล้วยไม้ |
| จำปียี่เข่งเร่งเร้าฤทัย ขจรสดใส บานชื่นสั่นไหวตามลม |
| คัดเค้าสายหยุดพุดซ้อน อโศกเร่าร้อนรักซ้อนชื่นชม |
| ดาวเรืองเอื้องฟ้ากรรณิกาน่าชม ภิรมย์สุขสันต์ |
| สารภีจำปีสวยสิ้น ยามเช้าซ่อนกลิ่น สวยงามดังถิ่นสวรรค์ |
| นมแมวประดู่นั้นคู่อัญชัน ประยงค์บาหยัน สวยงามเฉิดฉันท์จริง |
เมืองแมนแดนสวรรค์

| ปากน้ำโพเมืองรุ่งเรืองวิไล เหลียวมองแห่งใดล้วนงามสดใสทุกสิ่ง |
| งามหญิงชายแต่งกายสวยยิ่ง เหนี่ยวใจโน้มประวิงอิงนครสวรรค์ |
| แม่น้ำสำคัญของเจ้าพระยา ไหลมาสี่แควแล้วแปรสู่สายเดียวกัน |
| ปิง น่าน วัง อีก ยม น้ำนั่น สู่นครสวรรค์ฉันเคยไปเที่ยวชม |
| ทิวทัศน์นั้นมองเพลิดเพลิน ครั้งแรกมาเที่ยวเดิน สุขใจแสนเพลินรื่นรมย์ |
| เพียงเดี๋ยวเดียวที่ฉันเที่ยวชม ก็สุขสมดังเจอะร่างนางในฝัน |
| ปากน้ำโพรวมชุมชนหลายเมือง รุ่งเรืองสืบมาเพราะเป็นแหล่งค้าสำคัญ |
| เป็นแคว้นงามหนึ่งพึงหมายมั่น เปรียบดังแดนสวรรค์วิลาวัณย์เลิศลอย |
เรณูดอกฟ้า

| เรณู กลิ่นเจ้าชื่นชูอยู่เหนือกลิ่นใด |
| ดอกเจ้าคงสวยงามวิไล กลิ่นเจ้าเร้าใจให้ชื่นเอย |
| รื่นรมย์ ได้ชื่นได้ชมเมื่อลมรำเพย |
| เรณูดอกฟ้าหอมนักเอย ชวนชิดชื่นเชยกลิ่นเจ้าเอยเหลือข่ม |
| เรณูดอกฟ้า ชื่นหนักหนาคราล่องลอยลม |
| ลมหวนชวนให้ตรม สิ้นกลิ่นดมขื่นขมตรมอาจินต์ |
| เรณูเจ้าเอ๋ย กลิ่นเจ้าเปิดเผยเชยสู่พื้นดิน |
| โอถ่อมตรงใจไม่ห่วงประทิน เป็นบุญแก่ดินอกใจถวิลอาวรณ์ |
ล่องนาวา

| ลอยล่องนาวาลอยมาในสาคร แสงจันทร์อ่อน ๆ สะท้อนงามอร่ามตา |
| ลมสะบัดโชยพัดนาวา ลอยลิ่วดูระลอกเป็นริ้ว พริ้วแลกระเพื่อมเลื่อมมลาย |
| แสงจันทร์เฉิดฉาย เห็นเป็นประกายสว่างจ้า |
| งามระยับจับตา ดาราเลิศเพริดพราย |
| ลอยล่องนาวาลอยมาในวารี งามยามราตรี ห้วงนทีเป็นที่หย่อนใจ |
| ดวงศศิธรแขไข แสงนวลชวนชื่น ดาราลอยดาษดื่น พื้นภาคนภามากมาย |
| ดาวล้อมเดือนเกลื่อนกระจาย แสงพรายสว่างวาวกระจ่างตา |
| ลอยล่องนาวา ลอยมาพาให้เพลิดเพลิน |
สนต้องลม

| ลมพัดโชยพริ้วมา เยือกเย็นอุราพาให้ชื่น ลมเย็นระรื่น ชุ่มชื่นรื่นฤทัย |
| ดูสนเป็นแถวทิว แลละลิ่วงามวิไล ต้องลมพัดไกวกิ่งใบไกวอ่อนโยน |
| เมื่อสนต้องลม โอนอ่อนระเนน ทอดนอนไหวเอน แลดูต้นอ่อนโยน |
| ดูสนฉงนใจ เหตุไฉนใยไม่โค่น ต้องลมพัดโอน อ่อนโยนตามสายลม |
| ความรักก็เหมือนกัน เมื่อแรกนั้นรสหวานชื่น ทุกค่ำทุกคืน สดชื่นน่าเชยชม |
| แต่แล้วเมื่อรักจาง กลับอ้างว้างใจระทม ฉันชมแล้วตรม ขื่นขมยากเย็น |
| เมื่อนึกถึงเรา แสนเศร้าหัวใจ รักอยู่ภายใน ใคร่เล่าจักแลเห็น |
| โอ้รักไม่แน่นอน เปลี่ยนเป็นร้อนแล้วก็เย็น หัวใจไหวเอน ดังเช่นสนต้องลม |
สายหยุด

| หอมเอยหอมกลิ่น รวยรินสายหยุดยามเช้า กลิ่นเจ้าอบอวลลมุน |
| น้ำค้างยามรุ่ง ช่วยปรุงกลิ่นรสหอมกรุ่น หอมเย็นเมื่อแรกอรุณ รุ่งฟ้าแสงทองราง ๆ |
| ทิวาฟ้ารุ่ง จรุงกลิ่นรสบุปผา สดชื่นอุรายามสาง |
| สายลมพริ้วผ่าน สะท้านใบดอกสะพรั่ง ถึงโรยล่วงหล่นไปบ้าง ก็ยังหอมพอตรึงใจ |
| ครั้นพอตะวันสาย แดดร้อนแรงกล้า แผ่ความร้อนมาปกคลุมทั่วไป |
| เหมือนมาเร่งเร้า ให้เฉาจนสิ้นกลิ่นไอ ไม้พันธุ์นี้แปลกกว่าใคร หอมซึ้งตรึงใจเมื่อยามเช้าตรู่ |
| สายหยุดสมชื่อ ระบือทั่วถิ่นแดนไกล ผู้ใดก็คงจะรู้ |
| หอมเพียงยามรุ่ง แสงทองเยี่ยมฟ้ารุบหรู่ หอมเย็นอบอวลชื่นชู ก็เพียงฟ้ายามอรุณ |
แสงสุริยา

| เรืองแสงสุริยา เมื่อใกล้เวลาเช้าตรู่สวยงาม |
| สาดแสงทองกราดงาม สอดสีฟ้าอร่ามยามรุ่งแจ้งแสงทอง |
| ลมเช้าเฉื่อยโชยมา ชื่นอุราน้ำค้างพร่างพรมละออง |
| กรุ่นกลิ่นผกาลมพาลอยล่อง แว่วดุเหว่าร้องก้องดุจทำนองเสียงเพลง |
| ยามนี้สุขกระไร สดชื่นรื่นฤทัยหัวใจบานเบ่ง |
| ระฆังเสียงดังหง่างเหง่ง เปรียบดนตรีบรรเลงไพเราะเสนาะเพลิน |
| ฟังเสียงไก่แก้วขัน เร่งกระชั้นฝูงนกผกบินเหิร |
| ได้ยินกางเขนเจรจาเกริ่น แจ้วจู๋จี๋เพลินหมู่ปักษาร่าเริง |
หาดผาแดง

| คลื่นซัดครืนครืนซ่าที่ผาแดง ภูผาแห่งนิยายสวาทอาถรรพ์ |
| หาดสวยงามนามผาแดง ลมพัดแรงรื่นทั้งวัน ทั้งคืนที่นั่นเหมือนเวียงวัง |
| ชายทะเลริมเขื่อนหาดผาแดง ใจฉันเร้าแรงโรจน์ด้วยความหวัง |
| ทิวทัศน์งามยามเผลอชม เพลินภิรมย์ภาพสีชัง เสียงคลื่นซัดฝั่งดังเสียงพิณ |
| โอ้หาดสวรรค์ชื่นตา ใครได้มาซึ้งใจอยู่อาจิณต์ |
| เย็นสายลมพรมพริ้งพา ลมพัดมาโลมไล้ชีวิน ความเศร้าก็สิ้นสูญไปพลัน |
| หาดผาแดงนี้คือสถานพักใจ งามวิไลเหมือนดังถิ่นแดนสวรรค์ |
| เพียงครั้งแรกที่ฉันมา ยังฝันหาทุกคืนวัน เพราะว่าที่นั่นเหมือนวิมาน |
หาดสงขลา

| ฝั่งน้ำงามริมหาดทราย เย็นพระพายชายทะเลหาดสงขลา |
| หาดขาวดูพราวพรายสุดสายตา สายลมพัดพาฉันชื่น |
| ใจว้าเหว่น้ำในทะเลซัดฝั่ง ทุกวันฉันฟังเสียงคลื่น |
| คลื่นผสมเคล้ามากับลมกลมกลืน ทั้งวันทั้งคืนครื้นเครง |
| แว่วเสียงลมและคลื่นที่บรรเลง เหมือนเพลงเร้าใจให้ทุกข์คลาย |
| เพริดแพร้วดูอ่างแก้วงาน ใจเคลิ้มตามสมเป็นนามแก้วแพรวพราย |
| หมู่สนยืนลำต้นอยู่เรียงราย แหลมทรายเห็นทรายขาวผ่อง |
| ลมพัดผ่านหัวใจสำราญทุกเมื่อ เห็นเรือลับลอยลัดล่อง |
| โน่นเกาะหนูงามคู่เกาะแมวชวนมอง ฉันชมสมปองสำราญ |
| ยอดเขาสูงดูสง่าน่าชื่นบาน สูงปานวิมานฟ้านั่น |
| เมื่อแสงเดือนงามผ่องเพ็ญ ลมพัดเย็นควรจะเป็นหาดสวรรค์ |
| หนุ่มสาวเดินเคียงคู่อยู่เคียงกับ ชี้ชมแสงจันทร์แสงดาว |
| งามฟ้าเด่นเห็นขอบนภาโค้งต่ำ ร้อยกรองร้อยคำไหนกล่าว |
| ผ่องเลื่อมลายน้ำเป็นประกายพรายพราว สวยงามวับวาวเย้าตา |
| แห่งนี้งามเหลือที่จะพรรณนา สงขลานั้นพาฉันเพลิน |
หาดแสนสุข

| หาดทรายชายน้ำแสนสุขสุดงาม ระยิบยามแสงทองส่องสว่าง |
| เสียงคลื่นซัดเซาะหาดทรายประกายพรายพร่าง ทุกอย่างทุกสิ่งยิ่งงามน่าชม |
| ทะเลไกลสุดตาปักษาโผเล่นลม โน้มน้าวอารมณ์นิยมแดนงาม |
| อ่าวใหญ่งามล้ำวิมานสุขใจ เพลิดเพลินฤทัยฟ้าสีครามแลอร่าม |
| ยอดเขาสามมุขสูงเด่น แลเห็นแหลมงาม แหลมแท่นสมนามตามคำเรียกมา |
| อากาศสบายชื่นใจเยือกเย็น เมื่อได้แลเห็นแดนแสนงามนามสง่า |
| เบิกบานสำราญฤดีมองศรีราชา ยิ่งชมยิ่งงามเพลินตาน่าดู |
| ลมโชยโบยโบกปลิวกิ่งมะพร้าวพริ้งอยู่ หญิงชายเคียงคู่เห็นอยู่เพลินใจ |
| ถิ่นงาม แห่งนี้มีความรื่นรมย์ ธรรมชาติทิวทัศน์สม สรรสร้างเริงฤทัย |
| หมู่เรือใบขาวเรียงรายพระพายซัดฝั่ง แสนสุขสุดดังนามนี้ไม่ลืม |
หาดหัวหิน

| หาดหัวหินเดือนเมษาคราหน้าร้อน เป็นที่ผ่อนหย่อนอารมณ์ช่างสมยิ่ง |
| ธรรมชาติสร้างเพราะเหมาะสมจริง ทุก ๆ สิ่งงามตาหน้าสำราญ |
| งามชายหาดคลื่นสาดอากาศชื่น เพลินฟังคลื่นกระทบหาดอยู่ฉาดฉาน |
| งามสายัณห์ตะวันรอนผ่อนชื่นบาน คราวจากบ้านตากอากาศไม่คลาดแคลง |
| เมื่อทินกรค่อย ๆ ผ่อนเริ่มอ่อนแสง ราตรีแดงสอดสีชาดสะอาดตา |
| หมู่ปักษาบินถลาเลิกหากิน ต่างโผผินบินคลอคู่พาที |
| ศศิธรไขแสงอ่อนผ่อนแทนที่ คลื่นเร็วรี่กระทบหาดฟาดผึงผัง |
| เสียงครื้นเครงฟังกังวาลประสานดัง เพลิน ๆ ฟังธรรมชาติหาดหัวหิน |
| | หน้าแรก | ย้อนกลับ | หน้าต่อไป | บน | |