| หน้าแรก | ย้อนกลับ | หน้าต่อไป |

พรานทะเล

        ชีวิตที่คร่ำกลางน้ำเวียนวน     ลอยล่องตามชลไม่พ้นทนไป
อยู่กับเรือเบื่อใจ     ผองพรานทะเลเร่ไป  อยู่ห่างไกลกลางสายชล
        มองน้ำตรงหน้าจดฟ้าไกล ๆ      ว้าเหว่ดวงใจไม่เห็นผู้คน
คลื่นและลมสู้ทน     ทุกข์ใจปานใดไม่บ่น  สู้แดดฝนลำบากกาย
        อยู่หว่างทะเลนาน ๆ     ท้องเรือเป็นบ้านท้องธารเรือนตาย
สิ้นชีพสิ้นชลเคราะห์ร้าย     ศพฝังโดยง่าย  ฝากเอาไว้ใต้คงคา
        เพียงเห็นริมฝั่งสักครั้งดีใจ     มาบกทีไรให้แสนปรีดา
ใกล้แผ่นดินเข้ามา     เหมือนมีวิมานตรงหน้า     ปลื้มหนักหนาแทบจูบดิน

พิษสวาท

         พิษสวาทนี้มันประหลาดพิกลยิ่ง     อย่าเพิ่งท้วงติง  ฟังข้อเท็จจริงเสียก่อนอย่าเขลา
เกิดขึ้นด้วยใจมึนเมา โดยมากหนุ่มสาวยังเยาว์     มักโดนเข้าเหลือที่จะปัดจะเป่าไป
         พิษสวาทนี้มีอำนาจแสนเร็วพลัน     หักห้ามมิทัน  เร็วกว่าน้ำมันไปก่อกับไฟ
รวดเร็วกว่าสิ่งใด ๆ เร็วกว่าสายฟ้าเร็วไว     ปุ๊บเดียวตรึงใจเผลอตัวเมื่อไหร่เป็นได้การ
         ใจทุรนทุราย     กระวนกระวาย  มันเกิดได้หลายประการ
แรกมันเสียวมันซ่าน มันชักงุ่นง่าน     แล้วมันก็เพ้อพร่ำพล่านเฉยชา
         พิษสวาทมิควรประมาดนะเราท่าน     หากปล่อยไว้นาน  กำเริบร้าวรานยิ่งพล่านอุรา
เกิดความเสื่อมทราปัญญา     สติสมองมึนชา     เพ้อพร่ำวาจาเหมือนดังคนบ้าร่ำไป
         พิษสวาทพลิกแพลงประสาทและใจคน     ไม่เคยซุกซน  ก็กลับลุกลนเป็นเด็กไปได้
ที่เปลียวก็กลับซึม  ไปที่ขลาดก็หาญชาญชัย     เล็กทำเป็นใหญ่  พลิกแพลงไปได้มิได้กลัว
         พิษสวาทพลิกวาจาสัตย์  คิดลวงลม     ตบตาสองคม โกหกพกลม เสียสัตย์แก่ตัว
ด้วยความมืดหน้ามัวตา     กงจักรกับเห็นเป็นบัว     หลงเริงใจตัว  หลงเดินทางชั่วที่บาปกรรม
         ยอมสละหมดตัว     ศีลธรรมไม่กลัว แม้ผิดเมียผัวยังทำ
พลาดจนพลั้งลงต่ำ     พอล้มจนคว่ำ  ถึงกับต้องคร่ำน้ำตา
         พิศสวาทนี้มีอำนาจเหนือใจคน     มันแปลกพิกล  ต้องถูกทุกคนมิใช่กล่าวหา
หากใครไม่เคยโดนมา     วันหนึ่งคงถึงเวลา     เห็นกันทันตาเสียแรงจะว่าให้ป่วยการ

เย็นลมว่าว

         เย็นยามเมื่อเย็นลมว่าว     ปัดลมร้อนผ่าว เป่าลมที่หนาวไปสิ้น
ร่มเย็นทั่วทุกถิ่น     บนแผ่นดิน สายลมรำเพยไป
         เย็นเย็นเพราะลมโชยเฉื่อย     จิตใจหายเหนื่อย ด้วยลมชะโลมจิตใจ
ว่าวน้อยลอยลมฉันพลอยรื่นรมย์     ยิ่งชมยิ่งคิดไปได้     สายลมชื่นใจว่าวลอยเหลิงไปเกลื่อนตา
         ดูดูเหมือนว่าวเริงร่าย     จุฬาคว้าส่าย ปักเป้าเจ้าย้ายเริงร่า
ยิ่งดู ดูเหมือนว่า     เจ้าจุฬาคว้าไปไม่มีผ่อนเบา
         หลงความคะนองเพลินพล่าม     จิตใจเหิมห่าม เพราะความโฉดเขลา
โฉบฉายกลายมาเดี๋ยวเดียวจุฬา     กลับมาติดเหนียงปักเป้า     ฝืนดึงฉุดเอายิ่งพันรัดเอาแน่นตัว
         โอ้ความรักเราเหมือนว่าว     ว่าวลอยหาญห้าว รักคราวที่รักเกลือกกลั้ว
ไม่ดูดีหรือชั่ว     ใจมืดมัวเพราะรักมัวติดตรา
         แม้ใครคะนองลองเล่น     อวดดีถือเด่น จะเป็นเหมือนเช่นจุฬา
ล่มเหลิงเริงใจ หลงเข้าบ่วงไป  ก็ควรให้สมน้ำหน้า   ช้ำอุราต้องกินน้ำตาร่ำไป
         แม้คนทนงเองเล่า     จัดเจนเสียเปล่า ก็ยังโง่เขลาไปได้
พูดมาจริงหรือไม่     ใครต่อใครช้ำใจตายไปมากครัน
         ขอจงคะนึงดูบ้าง     เล่ห์เหลี่ยมหลายอย่าง ต้องตรองทุกทางให้ทัน
ว่าวเหลิงเริงลมหลงต้องป่านคม     ขาดลอยหล่นผลอยไปนั่น     รักเราเช่นกันหมั่นคอยระวังเถิดเอย

รักที่ถูกลวง

         อนาถหนักหนารักพาให้ตรม     หมองฤทัยระทม     รักหวังชมตรมใจ
เจ็บปวดอุราน้ำตาหลั่งไหล     รันทดอาลัย     ฉันร้องไห้ช้ำในกลลวง
         สะอื้นไห้หวลวิโยคโศกศัลย์     เขาชิงพรหมจรรย์     คิดทุกวันตันทรวง
สุดปิดปกป้องแม้ของที่หวง     เจ็บช้ำในทรวง     ถูกหลอกลวงเหลือทวงคุณค่า
         เคยปลื้มกมลหลงจนลืมใจ     อกเอ๋ยพอคิดได้     ช้ำสิ้นทั่วในอุรา
ต้องเปลี่ยวลำพังเหมือนดังปักษา     พลัดรังหลงทางกลางป่า     คงสิ้นชีวาขาดหาย
         โอ้สุดสิ้นหวังเหมือนสิ้นใจ     ฉันไม่ยอมน้อมใจ     รับรักใคร่โดยง่าย
หมดเยื่อหมดใยเหมือนใจสิ้นหมาย     ชีวิตมลาย     ไม่กลับกลายรักชายคนอื่น

ลุ่มเจ้าพระยา

         ลุ่มเจ้าพระยา     เห็นสายธาราไหลล่อง     เพียงแต่มองหัวใจให้ป่วน
น้ำไหลไปแล้วไม่ไหลทวน     ชีวิตเราไม่มีหวล     ไม่กลับทวนเหมือนกัน
        เราเกิดมาผูกใจรักกันดีกว่า     เพราะว่าชีวาแสนสั้น
เราอย่าได้เสทือนหัวใจต่อกัน     ทิ้งชีวิตอันสุขใจ
        อย่าแตกกันเลย     รักไว้ชมเชยคงมั่น     จงผูกพันธ์กันชื่นใจ
ขอจงเป็นเหมือนเช่นนกไพร     ที่เหิรบินคู่กันไป     หัวใจคู่กัน

โลกหมุนเวียน

         อันตรายหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนที่ในโลกเรา     ทั้งเขทั้งเราก็คงเห็นเช่นกัน
ไม่เที่ยงไม่แท้ปรวนแปรทุกวัน     ต่างเปลี่ยนแปรฝัน     อยู่นานนับวันมากหน
         โลกเราทุกวันผลัดเปลี่ยนแปรผันง่ายดาย     ทั้งหญิงทั้งชายก็มีดีร้ายเจือปน
แต่ก่อนเศรษฐีเดี๋ยวนี้ซิจน     ผลัดเปลี่ยนเวียนวน     จะแน่ไฉนกับโชคโลกเรา
         โลกเรานี้ก็เหมือนเวทีที่กว้างใหญ่     เราเกิดมาเพื่อใช้กรรมเก่า
ต่างมีกรรมทุกผู้หมู่เหล่า     เพราะว่าเขากับเรา     เกิดมาแสดงละครกัน
         ละครของโลกมีโศกมีทุกข์สุขปน     คลุกเคล้าระคนชั่วดีเจ็ดหนปนกัน
อยู่ ๆ ก็ร้ายแล้วหายไปพลัน     กลับเปลี่ยนแปรผัน    ความดีเลวนั้นช่างกลับช่างกลาย
         โลกเราผันแปรเกิดแก่เจ็บตายว่ายวน     คนเราทุกคนไม่มีใครพ้นความตาย
เมื่อเกิดมาแล้วไม่แคล้วสักราย     บทบาทสุดท้าย     ไม่มีใครแคล้วตายเพื่อนเอ๋ย
         เป็นคนทั้งทีรีบก่อความดีให้สม     ทุก ๆ สังคมจะได้นิยมชมเชย
เมื่อพลาดเพลี่ยงพล้ำอย่าซ้ำนักเลย     ไม่ช่วยก็เฉย     โปรดเกิดอย่าเย้ยย่อนหนักผ่อนเบา
         ชีพยังอยู่ให้เขาชื่นชูประเสริฐกว่า     ใยจะมาอิจฉากันเล่า
อย่าเป็นคนคนเสียทีที่เกิดเปล่า     เพราะว่าเขากับเรา     ไม่วายต้องตายทุกเวลา
         ยามชีวิตยังจะฝากจะฝังอะไร     ครั้นถึงตายไปโลกเราจะได้บูชา
ด้วยเหตุฉะนี้ความดีนานา     อุตส่าห์ใฝ่หา     ประเสริฐหนักหนายิ่งกว่าอะไร

วังน้ำวน

         วังน้ำวนสายชลวนไหลเชี่ยว     เป็นเกลียวลึกลง
เกลียวน้ำวนวนวิ่งดิ่งตรง     ลึกลงทุกที
         สิ่งใดที่หลงในวงวน     อับจนจะพ้นฤามี
สายชลเชี่ยววนนที     เหลือที่จะดันสายชล
         วังน้ำวนแม้วนแรงเล่า     ไม่เท่ารักวน
วังรักวนวนด้วยเล่ห์กล     วกวนกันไป
         หากใจใครถลำรักตน     รักพาใจวนหลงวนเวียนใจ
สุดปัญญาสุดหาทางไป     ทุกข์ทนจนใจอยู่ในวังรักวน
         รักลึกล้นกลสวาท     อาจจะก่อกรรมหัวใจให้มัวหม่น
เล่ห์ความรักวนเปรียบน้ำวน     ใครถูกกลต้องหลง

ศาสนารัก

         หสักศาสนาทั่วไป     ย่อมมีสรณะยิ่งใหญ่     องค์เดียวยึดไว้แน่นหนา
หลักรักควรตรึงติดตรา     เช่นศาสนาบูชานั้นเดียว
         ศาสนารักก็มี     สั่งสอนซาบชึ้งทวี    บูชาสามีผู้เดียว
นอกนั้นไม่ปองข้องเกี่ยว     มั่นแต่รักเดียวผัวเดียวตลอคไป
         มีพระเจ้าแห่งรักเพียงหนึ่ง     เป็นที่พึ่งนับถือให้ซึ้งฤทัย
ชู้ทางกับมารพาลหัวใจ    ใช่พ่อพระควรอาลัย     ใจอย่าได้นำพา
         กงจักรไม่เหมือนดอกบัว     เรื่องชายเรื่องชู้เรื่องชั่ว     พาตัวหมองมัวหนักหนา
ผิดศีลธรรมแลต่ำช้า     บาปกรรมหนักหนา     ชั่วช้าเลวทราม

สุขกันเถอะเรา

         สุขกันเถอะเราเศร้าไปทำไม     อย่ามัวอาลัยคิดร้อนใจไปเปล่า
เกิดมาเป็นคนอดทนเถอะเรา     อย่ามัวซมเซาทุกคนเราทนมัน
         โลกคือละครอย่าอาวรณ์เลย     สุขทุกข์ยังเคยรับและเป็นเช่นกัน
ปล่อยไปตามบุญและกรรมบันดาล     อย่ามัวโศกศัลย์ยิ้มสู้มันเป็นไร
         เชิญสำราญ ร่วมเบิกบานดวงใจ     ลืมทุกข์ไปทำให้ใจรื่นเริง
         สุขกันเถอะเราอย่ามัวรีรอ     อย่าทำหน้างอยิ้มนิดพอใจชื่น
ชีพจะดำรงค์อยู่ยงคงคืน     ต่ออายุยืน นิดเดียวให้ชื่นใจ
         โลกคือละคร ทุกตอนต้องแสดง     ทุกคนทนไป
อย่าอาลัยยิ้มกันสู้ไป     จะได้สบาย

หงส์ทอง

        โอ้เจ้าหงส์ทอง    เหิรลำพองหงส์ต้องผยองฟ้าไกล
สุดที่กาจะเปรียบได้    วงศ์หงส์ทรงศักดิ์ไกล   เลิศวิไลสกุณา
        ศักดิ์กาเสมอดิน    หงส์เหิรบินมิใช่เกลือกดินเหมือนกา
ชั้นกาจะชมฤาสมสง่า    ศักดิ์เช่นกาจะฆ่าหงส์ตรม
        ศักดิ์หงส์ดีเกินล้ำกา    หงส์คงมิกล้าให้กาภิรมย์
สุดจะยอมให้ชม  เพราะกาโสมม   หงส์ทองไม่ชมหมองมัว
        ศักดิ์ทรงหงส์ทอง  สูงเกินปองหงส์ทองจะต้องรักตัว
ชั้นชาติไกลกันกานั้นรูปชั่ว    สุดที่หงส์จะกลั้วรักกา

หนามกุหลาบ

         ฉันมั่นใจกุหลาบเป็นไม้งามละม่อม     ควรจะออมถนอมชม
ทุก ๆ คนพอใจมักเด็ดเอาไปดอมดม     หรือจะชมจะเสียบผมชื่นชมอุรา
         สวยสีสรรค์ทุก ๆ พรรณสุดจะเด่น     กลิ่นเยือกเย็นสีที่เห็นไม่บาดตา
กลีบเกษรด้วยกลีบอ่อนซ้อนกันดูสง่า     ทุกเวลารวยรื่นนาสาน่าดม
         แม้สุดงามกุหลาบมีหนามพราวตามต้น     ใครต้องการอย่าหาญชม
แม้ปราณีประนอมค่อยเด็ดถนอมดอมดม     ถึงหนามจะคมจะได้ดมสมใจจริง
         ทุก ๆ ครั้งจงระวังอย่าใฝ่ต่ำ     ค่อยลูบคลำขืนขยำต้องจำทิ้ง
เปรียบดอกไม้ดอกกุหลาบ     ขอให้ทราบใช่สรรพสิ่ง     แท้ที่จริงกุหลาบคือหญิงเราเอย

หนีนรก

        เจ็บแค้นเต็มทรวงรักลวงเราตรม    ร้าวรานอารมณ์  เหมือนดังบ่มด้วยไฟกาฬ
โอ้ความเขลาพันผูกเราเหมือนป่าน ถึงเจอแต่มาร   ผลาญจนต้องซานซมมา
         เหมือนนรกฝังกลางหทัย    เพราะเริงหลงไป หลงคนที่ใจดังกา
เฝ้าทำลายร้ายกาจเสียจนระอา   ไม่คิดนำพา แล้วยังจะมารังควาน
         ไม่คิดจริงจังแล้วยังตามเชย    น้ำใจชายเอ่ย หวลมาเอยดังคนพาล
โอ้ความหลังมันเปรียบดังฝันผ่าน    ขอเพียงให้ทาน มิยอมต้องการใฝ่ต่ำ
         หนีนรกหนีความหลอกลวง    หนีรสทั้งปวง หนีคนที่ลวงเจนคำ
โปรดเมตตาแล้วปล่อยฉันไปตามกรรม    พลาดไปแล้วยังทำ ขอตัวเพื่อทำความดี

หนูเอย

         หนูเอยหนูจงฟัง     พี่จะสอนพี่จะสั่ง     หนูจงฟังเอาไว้ให้ดี
หนูเอยสมัยนี้     เป็นสมัยที่     เอาดีด้วยปัญญา
         หนูอย่าซุกซน     จงอดจงทน     หนูจงบ่นท่องวิชา
ในภายภาคหน้า     จะได้พึ่งวิชา     ปัญญาจะเฟื่องฟู
         หนูเอยหนูจงเพียร     หนูจงเล่าหนูจงเรียน     หนูจงเพียรหาความรู้
หนูเอยจงคิดดู     หากว่าใครลบหลู่     แล้วหนูจะโทษใคร
         หนูเร่งเร็วพลัน     จงบากจงบั่น     หนูจงหมั่นอย่าท้อใจ
หนูเอยจะบอกให้     ปลูกปัญญาเอาไว้     เรียนไปให้เชี่ยวชาญ
         หนูอย่าเกเร     อย่าเที่ยวอย่าเตร่     เสเพลประพฤติพาล
หนูเอยอย่าเกียจคร้าน     หมั่นเพียรเขียนอ่าน     คบพาลจะเสียคน
         หนูกอบการดี     เป็นศักดิ์เป็นศรี     ทั้งเป็นที่น้อมกมล
หนูจะไม่อับจน     แต่จงเลือกคบคน   แล้วตนจะรุ่งเรือง
         หนูเอยหนูฟังว่า     เพราะสติปัญญา     นั้นจะพาให้กระเดื่อง
หนูเอยชาติบ้านเมือง     จะเจริญฟุ้งเฟื่อง     ก็เนื่องด้วยเด็กไทย
         แม้ชาติต่างแดน     มาหมิ่นมาแคลน     หนูไม่แค้นบ้างหรือไร
บ้านเมืองเจริญได้     อยู่ที่เด็กของไทย     มิใช่ใครอื่นเลย

ห้วงน้ำลึก

         สายน้ำหลั่งไหลน้ำใจบุคคล     ไหลเชี่ยวเลี้ยววน     โธ่น้ำใจคนลึกซึ้ง
ลำห้วยเหวธารถ้ำคลองหนองบึง     ทะเลลึกไม่ได้กึ่ง     ลึกซึ้งไม่ถึงน้ำใจ
         น้ำลึกหยั่งได้น้ำใจยากจริง     ลึกต่ำไหลดิ่ง     ยิ่งกว่ากระแสน้ำไหล
อยากจะรู้ดูน้ำใจ     เหตุไฉนลึกยิ่งกว่า     แม่คงคาวารี
         ผู้ที่มีความรักหวัง     คู่ครองจะต้องระวัง     ระไวใคร่ครวญให้ดี
อุบายเล่ห์กลคนนี้     มากมายหลากหลายวิธี     มิดีและชั่วทั่วไป
         ควรนึกตรึกตรอง     แล้วมองให้นาน     น้ำใจต้องอ่าน     ควรประมาณกาลไกล
อย่าเมารักมักตามใจ     ตรวจนิสัยให้แน่นอน     ก่อนตกลงปลงใจ

หวนให้ใจหาย

         หวลให้ใจหาย      ไม่นึกรักจักสลาย     รักกลับละลายหายชื่น
หอมหวานปานจะกลืน     สดกว่ารสอื่น ๆ     ว่าหวานล้ำน้ำตาล
         หวานฉ่ำน้ำหวาน     ว่าหวานล้ำน้ำตาล     แล้วรักยังหวานกว่านั้น
ลืมตัวพัวพัน     ลืมคิดจิตกระสันต์     หลงลืมวันลืมคืน
         ร้างรักหักหาญ     นึกว่ารสรักหวาน     รักกลับพาลขมขื่น
ระคนเจียมจนทนกลืน     รักเล่นเป็นอื่น     รักเคยชื่นกลับช้ำ
         รักเก่าเราเอ๋ย     ช่างไม่เคยคิดบ้างเลย     ว่ารักเราเคยชื่นฉ่ำ
หวลให้ใจจำ     เพราะหลงเหลือเชื่อคำ     จึงชอกช้ำจำทน

หวานรัก

         ยามรักกันทุกวันรื่นรมย์     พรทิพย์พรมแสนเย็นชื่นใจ
ความหวานตาลต้นไหน     หวานเพียงไรยังหวานเพียงกลืน
         ลองรักดูคงรู้ดี     ความหวานมีเกินหวานอื่น
คนรักกันคอยวันคอยคืน     หวังครองร่วมพื้นผืนห้องวิมาน
         ยามชิดชมสมดังอุรา     เพียงหวานตาหวานพาชื่นบาน
ยังหวานคำยิ่งนำสำราญ     หวานใดปานเปรียบหวานยามได้ชม
         หวานเพียงใดจงใฝ่ตรอง     รักลวงลองแล้วคงหมองใจตรม
ยามรักลอยล่องไปดังลม     หวานคงกลับขมระทมไม่คลาย

อย่าปันใจให้กับฉัน

         อย่าปันใจให้กับฉัน     เมตตาฉันแล้วจงรักฉันให้หมดใจ
ต้องการฉันมั่นเพียงไหน     หากจริงใจมิควรรักใครนอกจากฉัน
         อย่าปันใจให้เป็นสอง     อกคงหมองแม้คุณหวังปองใครร่วมกัน
อย่าพึงหวังว่าตัวฉัน     จะใฝ่ฝันหลงยอมสัมพันธ์ด้วยแน่นอน
         ฉันทนงในศักดิ์ตน     มันฝังกมลไม่ถ่ายถอน
ดังหงส์คงความสังวรณ์     ไม่หลงรังนอนร่วมหมอนเคียงใคร
         อย่าปันใจให้กับฉัน     เมตตาฉันแล้วจงรักฉันให้หมดใจ
หากคุณนั้นแบ่งปันไว้     ครึ่งดวงใจขอคืนรักไปไม่ต้องการ

| หน้าแรก | ย้อนกลับ | หน้าต่อไป | บน |