| หน้าแรก | ย้อนกลับ | หน้าต่อไป |

เดือนครึ่งดวง

         เดือนครึ่งดวงฉายทั่ว     ข้างแรมแสนมัวซีดสลัวมัวตา
เดือนครึ่งดวงฉายมา    มืดมัวหนาเคยเด่นฟ้าคราเยือน
         เดือนครึ่งดวงแสนเศร้า     ครึ่งหนึ่งเห็นเงาครึ่งหนึ่งเว้าแรมเลือน
เดือนโอ้เดือนเอ๋ยเดือน     ยิ่งดูยิ่งเหมือนใครเชือดเฉือนจันทร์เจ้า
         คร่ำครวญมิวาย     แม้กระต่ายยังแหนงหน่ายหายมึนเมา
เดือนมืดเป็นเงา     รักของเราพลอยอับเฉาเศร้ากับจันทร์
         เดือนครึ่งดวงลับไป     เปรียบดังหัวใจแหว่งวิ่นหายตามกัน
ดังมีดคมร้อยพัน     มากรีดใจฉันโศกศัลย์หนักหนา

ตราบสิ้นลมปราณ

         ฟ้าประทานรักมาให้พี่     แล้วใยหนอไม่ปราณี     สาปพี่ให้ช้ำระทม
พรากน้องไปไกลร้าวใจเหลือข่ม     รักเลือนเหมือนลม     โชยไปไม่หวนคืนมา
         ฟ้าประทมน้องมาให้พี่     กรรมเก่านั้นเฝ้าราวี     สุดที่จะหมองอุรา
แต่นี้คงตรมชู้ชมไกลตา     หนาวในวิญญา     คอยแต่ผวาฝันหาดวงใจ
         น้องเอยน้องรู้หรือเปล่า     ว่าพี่ปวดร้าว     ระทมขมขื่นแค่ไหน
ยามกินอาวรณ์ยามนอนเร่าร้อนทรวงใน     ป่านฉะนี้ดวงใจ     น้องคงร่ำไห้โศกเศร้าศัลย์
         ฟ้าประทานรักเพียงผลาญพี่     นับวันหมองไหม้ทวี     อกพี่สุดช้ำรำพัน
ชาตินี้มีกรรมรักจำไกลกัน     นับคืนคอยวัน     จนกว่าถึงวันที่ฉันสิ้นลม

ตารางดวงใจ

         ดวงใจอาดูร    สูญความรักในฤทัย
โอ้ชีวิตระทมตรมใน     นั้นใครไหนเล่าดังเราตรอมตรม
         สาปแล้วความรักเอย     ชมเชยแต่ความระทม
ผ่านความช้ำขม     เหยียบจมใต้พระธรณี
         อารมณ์ซมซาน     ร้างรานฤดีคิดไป
โลกจึงเหมือนตารางดวงใจ     แม้ใครพบผ่านมารแห่งชีวี
         ต่อนี้ไปไกลกัน     ดวงจันทร์และดวงสุรีย์
จากกันเหมือนพี่     จากน้องที่ที่นองน้ำตา
         ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์     ไร้สุขเกิดกรรม     โอ้จริงเหมือนคำพระศาสดา
อธิษฐานวาจา     เกิดชาติใดหนาอย่ารักใคร     ตารางดวงใจอย่าได้มาพาล
         ดวงใจอาดูร     สูญความรักไปแล้วเอย
ผ่านไปเหมือนดังลมรำเพย     ชิดเชยแล้วจากดังกรรมบันดาล
         ฝากฝันลอยตามลม     ระทมอยู่ในดวงมาลย์
ชั่วชีวิตผ่าน     บาปซ้ำระกำดวงใจ

ถึงเธอ

         จำเรียงถ้อยร้อยคำทำเป็นเพลง     ให้วังเวงเสนาะจิตคิดถวิล
ขอฝากเสียงฝากเสียงแทนเสียงพิณ     คราใดยินจงคิดถึงตรึงติดใจ
         เธออยู่ไหนฝากลมไปให้ถึงเธอ     ประโลมใจไว้เสมอไม่ห่างหาย
ระรื่นจิตพิสวาสไม่คลาดคลาย    ฝากเสียงไว้ชื่นแทนกายแนบใจเธอ

ธาราธิษฐาน

         ธาราเอ๋ยธาราริน     กระแสสินธุ์เย็นชื่นระรื่นไหล
ขอฝากแก้วเกษรายาใจ     เหมือนมาลัยรจนาหาคู่ครอง
กระทงน้อยลอยเลื่อนมาตามสาย     ยอดชายพ้องพบประสพสอง
ถ้ามีจิตพิศมัยใจปอง     เหมือนหงส์ทองรักขนดลใจ
         ดวงเอ๋ยดวงแก้ว     หวานแว่วเสียงเรียกอยู่หนไหน
เกษแก้วประทินอาบกลิ่นสุมาลัย     เลี้ยวไหนลึกล้ำด่ำทรวง
บุญชักพี่จากฟากฟ้า     ลอยลงธาราเมืองสรวง
เทพเจ้าปิงวังทั้งปวง     ช่วยชูช่วงสายสวาทชาติชาย

นางแก้วในดวงใจ

         นางแก้วพี่เอย     พี่สุดเชย เฉลยคำร่ำ
นอนยังฝันวันยังค่ำ     ดวงใจเพ้อพร่ำร่ำพรรณา
         นางแก้คู่ใจ     เจ้าจากไปพี่ครวญหา
ใจโศกซึ้งถึงแก้วตา     รำพึงถึงหน้าโฉมสมร
         เจ้าจากพี่ไป     ห่วงอาลัยใจอาวรณ์
พี่ถามถึงงามงอน     รักรุ่มร้อนเร้าฤดี
         เจ้าจากพี่ไป     คงห่วงใยฝันถึงพี่
แม้นเจ้าฝันจงฝันดี     จงฝันถึงพี่นางแก้วเอย

น่าน้อยใจ

     มันน่าน้อยใจจริงเอย    น้องรักเราชมเชยกันมา
พี่ต้องเสียน้ำตา    เศร้าโศกโศกาอาลัย
         มันน่าน้อยใจจริงเรา    หลงรักมัวเมานงเยาว์เอาใจ
ช่างไม่ไว้เยื่อใย    เจ้าไม่เห็นใยดี
         ความหลังครั้งก่อนเอย    ควรหรือทรามเชยทำเฉยเมยกับพี่
ห้องมาตัดไมตรี    โอ้ยอดชีวีไม่หวังดีมีเมตตา
         มันน่าน้อยใจจริง ๆ    รักหญิงจริงจังดังดวงชีวา
ช่างไม่เหลียวแลดูหน้า    โอ้อนิจจาอาวรณ์
         มันน่าน้อยใจจริงเอย    เยาะเย้ยไยไปทำไมงามงอน
พี่เฝ้าขอวิงวอน    จะให้ง้องอนเพียงไร
         มันน่าน้อยใจจริงเธอ    หลงเพ้อรำพันตันใจ
เจ้าสิ้นรักอาลัย    เกลียดชังถึงไม่มองมา
         ใยน้องมาหลบเมิน    จำเพาะบังเอิญพบพักตร์เผชิญดวงหน้า
พบเธอกลับหลบตา    โอ้ยอดชีวา ควรหรือมาตัดรอน
         มันน่าน้อยใจจริงเอย    น้องเอ๋ยชิงชังจงฟังคำวอน
พี่จะของ้องอน    เฒ่าจงผันผ่อนปราณี

บุญบันดาล

         นี่บุญหรือกรรม     มาหนุนมานำ     ให้เราได้มาเจอรัก
หวั่นใจยิ่งนัก     ด้วยเกรงว่ารัก     จะลอยกลับกลาย
         นี่บุญหนุนนำ     หรอกน้องจงทำ     ให้หัวใจเบิกบานสบาย
เมื่อชีพสลาย     รักจึงจะหาย     ไปจากชีวัน
         รักช่างชื่นฉ่ำกระไร     รักพาหัวใจ     ให้เฝ้าคนึงกัน
รักร่วมชีวันผูกพัน     จะไม่แปรผัน     ไปจนวันตาย
         ยิ่งฟังน้ำคำ     ยิ่งหวานชื่นฉ่ำ     ยิ่งกว่าอื่นใดจะปาน
ถ้อยคำที่หวาน     เพราะได้ใกล้บังอร
         แต่คำของชาย     หวานนักมักกลาย     ไม่มีอะไรแน่นอน
พี่ไม่ยอกย้อน    ไม่เคยจักช้อน     รักเพื่อสำราญ
         ถ้อยคำชี้แจง     ฟังเคยแล้วยิ่งแคลง     ว่ารักจำแลงรักราน
เชื่อเถอะนงคราญ     เราควรสมาน     มาสมัครยินยอม
         ขอจงรักจริง     อย่าทิ้งรักไว้     ให้ต้องระทมตรมตรอม
พี่จะถนอม     ให้รักหวานหอม     อยู่ทุกวันคืน

ปางหลัง

         ปางหลังฉันยังจำได้     ครั้งหนึ่งตรึงใจปางใดไม่เหมือน
ปางนั้นเหมือนสัมพันธ์เร้าเตือน     รักเจ้าบิดเบือนไม่เหมือนดังคำรำพัน
         ฟ้าเด่นแสงเดือน     ยิ่งเหมือนเร้าเตือนอาลัย
คืนหนึ่งคืนใด     เราเคยร่วมใจใต้แสงจันทร์
         แสนอาวรณ์     หลับนอนคะนึงนิรันดร์
โอ้ปางหลังนั้น     เหมือนหนึ่งสัมพันธ์คอยบั่นหัวใจ
         ยังจำคำเธอ     หม่นเหม่อแต่เธอเพ้อร่ำไป
เขาสูงกว่าพื้นดินแค่ไหน     อาจเอื้อมสูงไป  จึงครวญหวนไห้โศกศัลย์
         ปางหลังเหมือนดังปางโศก     ปางที่วิโยคปางโศกปางนั้น
ปางนี้ร้าวฤดีทุกวัน     รักพรากจากกัน  สุดสรรค์รำพันอันใด
         รักเก่าของเราอับเฉาเหมือนเงาร้าวรอน     สุดคลายถ่ายถอน  รักพาอาวรณ์สะท้อนใจ
แสนระทมขื่นขมเพราะเธอเลือนไกล     โอ้ยอดหัวใจ  ไม่ห่วงหรือไรจึงได้ร้างรา
         เราคนมีกรรม     ใฝ่ต่ำอย่าทำเผลอเพ้อพา
ร้อนรักโศกนักจักเอื้อมดอกฟ้า     จึงต้องร้างรา  น้ำตานองหน้าด้วยตรม

ผู้แพ้รัก

         ผู้เคยรักแล้ว     ถึงงามเพริดแพร้วประการใด
ฉันไม่เอาใจใส่     อยากรักคนไม่เคยรักใครเลย
         เฝ้าแต่คิดค้น     หาคนถูกใจเพียงคนเดียว
ฉันจะปองข้องเกี่ยว     นอกนั้นจะไม่แลเหลียวดูเลย
         อันวาจาฉ่ำ     หวานแต่คำพร่ำเอ่ย
แม้น่าอกเอ๋ย     ไม่เคยนึกนิยมประการใด
         หากจะแสนสวย     ถึงงามและรวยสักเพียงใด
ฉันไม่เอาใจใส่     อยากรักคนไม่เคยรักใครเลย

ฝากรัก

         แม้เพียงได้สบนัยน์ตา     ฉันยังประหม่าลืมกาย
สิ้นความละลาย     หักใจไม่วายเพ้อชม
ดูท่าทีอาออง     เร้าใจให้หลงรักนิยม     วงสังคมต่างชื่นชมวิญญา
         หรือเทพบุตรจำแลง     พระพรหมท่านแกล้งแปลงมา
ท่วงทีวาจา     เสน่ห์ตรึงตราเร้าใจ
ปล่อยความรักชักนำ     แล้วแต่กรรมนำไป    คร่ำครวญความในจากดวงใจจริงเจียว
เฝ้าสงวนตัวเพื่อเธอคนเดียว     ไม่แลเหลียวห่วงใยใครเลย
         แม้เราจะอยู่ไกลกัน     ฉันคงรักมั่นยืนยง
ด้วยจิตพะวง     ผูกพันซื่อตรงฝังตรึง
ยามอยู่ใก้ลเคียงเธอ     หัวใจพร่ำเพ้อเฝ้าคนึง     ใจรักตรึง  เฝ้ารำพันคิดไป
         หวังเธอเป็นร่มโพธิทอง     พิทักษ์ปกป้องปวงภัย
ร่มรื่นฤทัย     หากได้ดวงใจอิง
ห่วงพะวงละเมอ     รักแต่เธอจริง ๆ 
ได้เธอพึ่งพิง     มุ่งจะอิงจริงเจียว
เฝ้าสงวนตัวเพื่อเธอคนเดียว     ไม่แลเหลียวห่วงใยใครเลย

พรานล่อเนื้อ

         เจ้ายักคิ้วให้พี่     เจ้ายิ้มในที เหมือนเจ้าจะมีรักอารมณ์
ยั่วเรียมให้เหงามิใช่เจ้าชื่นชม     อกเรียมก็ตรม ๆ     เพราะคมตาเจ้า
         เรียมพะวักพะวง   เรียมคิดทะนง แล้วเรียมก็คงหลงตายเปล่า
ดังพรานล่อเนื้อเงื้อแล้วเล็งเพ่งเอา     ยั่วใจให้เมา ๆ แล้วยิงนั่นแล
         น้าวศรเล็งเพ่งเอาทุกสิ่ง   หากเจ้าหมายยิงก็ยิงซิแม่
ยิงอกเรียมสักแผล     เงื้อแล้วแม่อย่าแปรอย่าเปลี่ยนใจ
         เรียมเจ็บช้ำอุรา     เจ้าเงื้อเจ้าง่า  แล้วเจ้าก็ล่าถอยทันใด
เจ็บปวดหนักหนาเงื้อแล้วราเลิกไป     เจ็บยิ่งสิ่งใดใยมิยิงพี่เอย

เพื่อคุณ

         ขอผากเพลงนี้เพื่อคุณ     ถึงโลกเวียนหมุม  ขออย่าให้คุณลืมได้
บรรจุถ้อยคำหวานซึ้ง     ซึ่งกลั่นจากดวงฤทัย  ให้คุณอาลัยเคลิ้มฝัน
         ขอฝากเทขัญชั้นฟ้า     ช่วยส่งทำนอง  ร้องพาให้คุณจำมั่น
ลำบากยากเย็นเข็ญใจ     ก็ไม่เป็นสิ่งสำคัญ     ขอให้คุณนั้นชื่นใจ
         เตือนรำลึกให้นึกถึงคืนวันหนึ่ง     ซึ่งเราสัญญากันไว้
สาบานว่ามีรักเดียว     จะเกี่ยวจะก้อยจะร้อยดวงใจ     ห่างกันแสนไกลไม่คลาย
         แม้ได้ฟังเพียงเสียงนี้     หวานชื่นชีวี  ขออย่าให้มีวันหน่าย
ถ้าหากจะลืมรักใคร    ขอให้ลืมได้ง่ายดาย     ผู้เดียวไม่คลายคือฉัน

ภาพลวงตา

         ยามข้างแรมฟ้าหม่น     ฉันมองเบื้องบนมืดมนต์ฤทัย
เพียงจะมองขวัญใจ     มืดมัวทั่วไปเหมือนอะไรบังหน้า
หวลถวิลอาวรณ์     ถึงรักครั้งก่อนร้าวรอนวิญญา
คิดอยู่ทุกเวลา     ทุกคืนตื่นตาใฝ่หาอาลัย
         ครวญด้วยใจใคล้คลั่ง     ฟ้ามัวเมฆบังก็ยังคิดไป
ยามเมื่อลมพัดพริ้วไป     พฤกษาแกว่งไกวตาเห็นไปเป็นเธอ
โศกวิโยกทอดถอน     รักคอยหลอกหลอนต้องนอนละเมอ
โอ้อนาถหวาดเผลอ     ฉันคอยแต่เธอหวังบำเรอรักใคร่
         มองด้วยใจแสนเศร้า     เห็นเพียงแต่เงาโศกเศร้าหัวใจ
ยามหลับตาครั้งไร     เห็นเธอร่ำไปยิ้มยวนใจระรื่น
ครั้งเมื่อฉันลืมตา     พบเธอตรงหน้าชักพาให้ชื่น
เห็นยอดชู้มายืน     นึกว่ากลับคืนต้องฝืนมองไป
         มองยิ่งมองเหมือนว่า     เห็นเธอเข้ามาตื่นตาเร้าใจ
ขอเอื้อมมือคว้าไขว่     ลับเลือนวูบไปพาช้ำในวิญญา
สิ้นสวาทไม่สม     หัวใจขื่นขมต้องตรมน้ำตา
เฝ้าแต่เพรียกเรียกหา     ขอให้กลับมารักจะพาชู้ชื่น

มนต์ดลใจ

         หากมีมนต์ขลัง     จะขอสั่งไป  ที่ใจคุณ ๆ
ให้เกิดการุณ     ได้รู้ถึงบุญ  คุณโทษเสียที
ว่าการกระทำ     ให้ช้ำแก่ใคร  เช่นในนารี
หลอกเชยหลอกชม     ให้ตรมฤดี  มีโทษมหันต์
         มนต์เอ๋ยจงไป     มัดใจชายให้  ฤทัยคงมั่น
ขอให้มีเพียง     รักเดียวทั่วกัน  จนถึงวันมลาย
หากมนต์ดลใจ     วันไหนเสื่อมลง  ชีพคงวางวาย
จะอยู่เดียวดาย     ไม่ขอรักชาย  จนกว่าตายเอย

มนต์รักดอกคำใต้

         พริ้ว..... ลมพัดฉ่ำดอกคำใต้กรุ่น     หอมละมุนโชยกลิ่นละไม
โอ้ละหนอเจ้าดอกคำใต้     เจ้าหว่านดอกไว้     เหมือนคอยเตือนให้ใจฝัน
         หอม.....ชวนหวนชื่นค่อนคืนครั้งหนึ่ง     ซึ้งใจจนสุดรำพัน
โอ้ละหนอเธออยู่เคียงฉัน     เกี่ยวก้อยร้อยตามกัน     สวรรค์นั่นแหละบัญชา
         มนต์รักระริน     เปรียบดังนกน้อยบิน     เหิรลอยไปสู่เวหา
ความรักก็คือบุปผา     ผลิตดอกที่ตา     แล้วมาเบ่งบานที่ใจ
         สองเราสาวหนุ่มเกาะกุมแขนเกี่ยว     นิดเดียวก็สุขเกินใคร
โอ้ละหนอเจ้าดอกคำใต้     อย่าบอกนะใคร ๆ      ว่ารักเราได้สู่สวรรค์

มั่นใจไม่รัก

         มั่นใจตั้งใจจะไม่รัก     ด้วยฉันไม่รู้จัก  ว่าความรักดีอย่างไร
พอพบกันจิตใจก็พลันเปลี่ยนไป     กลับอายเขาเสียยกใหญ่  เมื่อยามได้สบตา
        หักใจมิยอมให้คิดผูกพัน     แล้วใยหรือนั่น  พอพบกันก็ลืมเหมือนว่า
เลือดในกายฉีดแรงทั่วไปทั้งหน้า     ดั่งไฟเผาในอุรา  รุมร้อนทั่วกายามิวาย
         หลับตาก็คอยแต่ใฝ่ฝัน     พร่ำเพ้อรำพรรณ  ถึงตัวเขานั้นมั่นหมาย
ดูรึใจหักใจเพียงใดไม่วาย     ช่างคิดถึงเขาง่ายดาย  ไม่แหนงหน่ายสักวัน
         นี่คงรักเขาเสียแล้วสิเรา     น้ำใจนะเจ้า     ใจของเราง่ายจริงหรือนั่น
เจอะตัวเขาทีไรอกใจไหวหวั่น     เฝ้าคอยเขามารำพัน     คำรักมั่นกับฉันสักวัน

ม่านไทรย้อย

         ลืมลืมหมดแล้วหรือไร     แม้จันทร์ที่เคยเป็นใจ     หลบบังม่านไทรย้อยกิ่ง
กระซิบรำพัน     แสงจันทร์เคยเธอแอบอิง     หนาวลมแทนอกเธอผิง     สุดซึ้งใจจริงหาใดปาน
         ลืมลืมหมดแล้วน้ำคำ     ซ้ำจำติดรอยใจพิมพ์     เคยชิมว่าเป็นน้ำตาล
ยังหวานตรึงใจ     หวานใดจะเปรียบประมาณ     แท้จริงลมปากเธอหวาน     หลอกเธอมานานร้อยหมื่นอย่าง
         กิ่งไทร..... ย้อยรักไว้     รมไหวไทรเอนใจเต้นคล้ายลาง
แอบยอดชูชูกิ่งพลาง     ไทรเจ้ากางใบบัง     งามเหมือนดังม่านทอง
         ลืมลืมหมดแล้วสายลม     แม้ไทรที่เคยชื่นชม     รื่นรมแทนเรือนหอห้อง
ลมไหวไทรเอน     พักเป็นแดนสุขเวียงทอง     เย้ายวนกันอยู่เพียงสอง     ขาดรักไทรมองพริ้วดอกเกลื่อน

ม่านมงคล

         รักซ้อนซ่อนรักก่อนอยู่ภายใน     เกิดรักมาซ้อนใจให้หวล
วาสนาไม่ถึงเธอละเมอครวญ     อกเอยรักเคยรัญจวน     หวลไห้ใจอาวรณ์
         ถูกเขาแย่งรักจากฉัน     เพราะบุญน้อยไม่ทัน    จึงเฝ้าฝันไม่ได้หลับนอน
อกเอ๋ยหัวใจร้าวรอนขอลาจร    ทรวงสะท้อนรักจางห่างกัน
         ตรอมตรมใจนัก     เมื่อสุดที่รักจากฉัน     ดังมีเหมือนม่านกั้นไว้ให้หมอง
ในชาตินี้คงไม่สมฤดีที่ปอง     ดวงใจร่ำร้อง     เพียงเจอะนวลน้องสักหน
         โอสวรรค์โปรดเห็นใจจงได้ดล     กลับเป็นเหมือนม่านมงคล     ผลส่งดังใจหมาย
ชาตินี้พี่รักฝากฝัง     แม้ความรักเจ้ายัง     พี่จะหวังไปจนชีพวาย

มารหัวใจ

         สิ่งเดียวที่ปรารถนา     คือรักของข้ารักยิ่งสิ่งใด
กลับมีมารผลาญหัวใจ     เอารักข้าไปช้ำใจสุดทน
         บาปกรรมก่อนทำไฉน     จึงน้อมนำให้รักเราอับจน
ต้องสูญเสียให้ช้ำทน     รักเอยสร้างคนเป็นมารหัวใจ
         สาปแล้วรักเพียงชาตินี้     ขอมีรักเดี่ยว     มิปองข้องเกี่ยวรักใหม่
ทำบุญตรวจน้ำไปให้     เกิดเป็นคนชาติใด     อย่าให้เสียน้ำตา
         ชาติเดียวที่ต้องมาร้าง     มารรักเป็นก้างขวางในอุรา
ต้องสูญเสียเสียน้ำตา     ชาตินี้เกิดมามีมารหัวใจ


| หน้าแรก | ย้อนกลับ | หน้าต่อไป | บน |