| | หน้าแรก | ย้อนกลับ | หน้าต่อไป | |
มาลีฝากรัก

| เฝ้าระทมซมโศรกทรวงใน เปลี่ยวใจไร้คู่ครอง |
| โธ่เอ๋ยไม่มีคนปอง ล้วนแต่มองแล้วเมิน |
| โชคชตาช่างไม่ปราณี ได้แต่มีความขัดเขิน |
| เหงาอยู่ในใจไร้โชคเผชิญ ต่างคนก็เมินมิมอง |
| เปรียบดังช่อมาลี ไม่มีใครจะปอง |
| ป่านนี้ไม่มีใครจอง ไว้ไปครองเสียที |
| อยู่ไปใยจะโรยรา เมตตาตัวข้านี้ |
| ขอเสี่ยงมาลัยใครปราณี รับช่อมาลีนี้เอย |
เมื่อไหร่จะได้พบ
| เมื่อไรเธอจะเจอฉันได้ อักเมื่อไรจะได้พบกัน |
| ตั้งแต่วันฝากรักสลักมั่น ก่อนจากกันวันนั้นยังจำได้ |
| ต่างจำใจจำไกลสัมพันธ์ ต่างโศกศัลย์ตื้นตันหัวใจ |
| เธอตื้นตันแต่ฉันนั้นร้องไห้ รู้หรือไม่ใจฉันเศร้ากว่า |
| นึกถึงความสัมพันธ์ ตั้งแต่วันนั้นเรื่อยมา |
| นึกถึงคำสัญญา น่าจะมาเร็ววัน |
| อีกกี่วันจะได้สมใจ อีกเมื่อไรจะได้พบกับ |
| เธอให้ไปที่ไหนจะไปนั่น รักฉันมั่นฉันไม่หวั่นใคร |
ไม่ใกล้ไม่ไกล
| คุณคิดดูซิว่าคนไหน รักคุณรักยิ่งจริงใจ อยู่ที่ไหนใครเล่า |
| คนไหนที่รักภักดีคอยเฝ้า หลงติดตามเหมือนดังเงา เฝ้าคอยเฝ้ารักดังใจ |
| อย่าทำเมินเสียเลย อย่าทำเฉยเมย มองเห็นแล้วเลยข้ามไป |
| คิดดูมิไกลมิใกล้เพียงใด คนรักคุณจริงใจ ไม่ใกล้หรือไกลตัวคุณ |
| ลองคิดดูซิว่าใครรัก หลงคุณหลงด้วยใจภักดิ์ ด้วยความรักคุกรุ่น |
| ใครเขาเฝ้ารักบูชาตัวคุณ หวังได้แนบชิดไออุ่น ก็คุณไม่รู้หรือไร |
| แอบมองดูทุกวัน ได้แลเห็นกัน ชีวิตก็พลันชื่นใจ |
| รักคุณรักจริงรักยิ่งจริงใจ เขารักดังดวงใจ ไม่เคยคิดไปไกลห่าง |
| เขารักคุณรักอยู่ข้างเดียว น้ำใจนะไม่แลเหลียว ไม่เฉลียวใจบ้าง |
| คนไหนที่เขาเอาใจทุกอย่าง เขาอยู่แค่นี้เคียงข้าง แกล้งทำเมินหมางไปได้ |
| อยู่ใกล้คุณนี้เอง แต่ตัวเขาเกรงจะพบแต่ความช้ำใจ |
| เขาอายเขาจึงไม่กล้าบอกใคร คุณคิดดูเป็นไร ว่าใครรักคุณแน่เอย |
ไม่อยากจากเธอ
| ไม่อยากจากเธอ อยากอยู่ด้วยเสมอ หวานล้ำน้ำคำเธอ เธอเสมอให้ชื่นใจ |
| สุชเอยสุขใจ สุขกว่าคนอื่นใด น้ำรักชักนำใจ ยังสดใสไม่แรมรา |
| หวานล้ำน้ำคำ ที่เราชักนำพา หวานรักชักพา พูดจาสัญญาตรงกัน |
| อกเราแนบกัน ปล่อยให้ใจใฝ่ฝัน เคลิ้มรักภิรมย์กัน ดังสวรรค์สวาทเตือน |
| ไม่อยากจากเธอ อยากอยู่ด้วยเสมอ หลงไหลน้ำใจเธอ เธอเสมอไม่บิดเบือน |
| ไม่ลืมไม่เลือน สุขไม่มีใครเหมือน ร้อยรักชักนำเตือน ก็ไม่เหมือนกับเธอเลย |
| รักเร้าเย้ายวน นิ่มนวลชิดชวนเชย รักไหนใดเอย ไม่เคยชิดเชยนำพา |
| เด่นเดือนดารา ก็ยังมีจากฟ้า รักนี้มิคลายคลา ปรารถนาไม่จากเธอ |
ยอดสน

| สายลมอ่อนพริ้วพัดปลิวผ่านมาเมื่อใด ยอดสนอ่อนไหวเอนไหวอ่อนตามลมลู่ |
| เห็นสนโอนไกวเพราะสายลมพรู พัดพริ้วชวนดูนึกรู้ลมไหว โยกไปไม่เห็นแน่นอน |
| คิดไปยอดสนเหมือนคนที่ใจอ่อนไหว ชอบผันเปลี่ยนไปโดยไร้ตรึกตรองมาก่อน |
| เพราะหลงคำยอเพราะพ้อคำกลอน เหมือนสายลมจงพัดย้อนดวงใจ เปลี่ยนไปด้วยน้ำคำคน |
| คิดถึงรักเก่าของเราเคยชื่น ห้วงใจรักให้ยั่งยืน ชื่นบานเพราะรักปรนเปรอ |
| ครั้นแล้วหัวใจของเธอไม่ทน หัวใจอ่อนดังยอดสน คล้อยตามคำคนเปลี่ยนใจ |
| รักจางห่างหายเสียดายเบื่อง่ายถ่ายถอน ไม่รักแน่นอนใจร้อนค่อนหลงลืมง่าย |
| รักร้างแรมราอาวรณือาลัย รักแรมร้างไกลรักใคร่จริงจัง ดุจดังยอดสนเอน |
ยังรักเธออยู่
| ฉันยังรักเธออยู่ ห่วงยอดชู้รักไม่รู้คลาย |
| รักเธอจนวันตาย เฝ้ามั่นหมายรักมั่นใจ |
| ฉันยังรักเธอยิ่ง อย่าทอดทิ้งรักฉันให้ร้างไกล |
| รักเธอดังดวงใจ อยู่แห่งใดใจใฝ่ถึง |
| ฉันรักฉันหลงคอยเธอ ฉันรักฉันเพ้อรำพึง |
| น้ำคำเธอพร่ำยังซึ้ง รักตรึงใจไม่อยู่ไม่หาย รักเธอไม่คลายมั่นคง |
| ฉันยังรักเธอมั่น อย่าลืมฉันทิ้งให้เพ้อพะวง |
| ฉันลืมไม่ลง เฝ้าพะวงหลงรักเธอ |
ยามรัก
| ยามเช้าพี่ก็เฝ้าคิดถึงน้อง ยามสายพี่หมายจ้องเที่ยวมองหา |
| ยามบ่ายพี่วุ่นวายหากานดา ยามเย็นไม่เห็นหน้าผวาทรวง |
| ค่ำนี้พี่จะมีใครเคียงข้าง หนาวน้ำค้างเหน็บจิตให้คิดห่วง |
| พี่ก็หนาวน้องคงหนาวนอนร้าวทรวง โอ้พุ่มพวงอย่าให้รอถึงเช้าเอย |
เย็น-เย็น

| เย็น-เย็น แดดร่มเย็นใจ ตะวันเคลื่อนไปไกล เมื่อใกล้จะสนธยา |
| เย็น-เย็น เมฆงามเมื่อยามเย็น ยิ่งมองยิ่งกลายเป็น ภาพลอยเลื่อนมา |
| ใครจะพะนอจู๋จี๋ ช่วยชวนชี้ใช้เพลินตา น่าเสียดายอยู่คนเดียว จะแลเหลียวเปลี่ยววิญญา |
| เย็น-เย็น ตะวันลับเหลี่ยมเมฆา ระรื่นกลิ่นมาลา เลื่อยลอยมากับลม |
| เย็น-เย็น ตะวันใก้ลรอน ๆ ยิ่งคิดจิตรอน ๆ ยิ่งคิดยิ่งอาวรณ์ เฝ้าถอมใจระบม |
| เย็น-เย็น เหม่อมองจ้องใจลอย โอ้รักของเราก็เลยพลอย เลื่อนลอยเช่นลม |
| โอ้ว่าความรักมักเหลวไหล ถ้าใครหลงต้องตรอมตรม |
| อนิจจาอ่อนอาลัย ยิ่งคิดแล้วให้ระบม |
| เย็น-เย็น อยู่เดียวเปลี่ยวอารมณ์ ได้ชมแต่ความงามเมื่อยามเย็น |
ร้อนเสน่ห์
| ร้อนแดดที่แผดที่เผา ยังพอหลบเข้าใต้ร่มพฤกษา |
| แต่ร้อนรักนั้นหนักอุรา ไม่รู้ว่าจะหลบอยู่แห่งใด |
| ไฟไหม้ที่ราวป่า ยังมีเวลาที่จะดับได้ |
| แต่เพลิงรักนั้นดับไม่ไหว ก็ด้วยหัวใจของฉันนั้นมั่นคง |
| รักอื่นตั้งหมื่นตั้งแสน รักยังไม่แม้นเท่าเธอที่ฉันหลง |
| แต่ความรักของฉันนั้นมั่นคง รักจนหลงพะวงอยู่แต่เธอ |
| ยามเมื่อจะนอน ให้อาวรณ์อยู่เสมอ |
| ค่ำคืนเฝ้าฝันกลางวันเฝ้าเพ้อ ด้วยความรักเธอนั้นหนักอุรา |
| แม้ได้ชื่นชมสมคิด จะแนบสนิทชื่นจิตเสน่หา |
| จะถนอมน้ำใจกับวาจา ให้เหมือนดังว่า ที่เคยได้พร่ำรำพัน |
| ธรรมชาติสร้างรัก ช่วยชวนชักให้ได้พบกัน |
| วาสนานำพาให้ร่วมสัมพันธ์ ให้ร่วมรักกันเป็นคู่อยู่เคียง |
รอพี่
| โอ้ใครหนอที่เคยร่วมหอร่วมหมอน นอนฟังฟังน้องกล่อม |
| ใครหนอเคล้าคลอแอบดมแก้มหอม ฝากคำหวานยั่วย้อมน้อมใจแรกชม |
| โอ้ใครหนอบ่นร้อนรุ่นใจ ยังเคยพัดให้สบายรื่นรมย์ |
| โอ้ใครหนอน้ำใจมาทิ้งให้ตรม ปวดใจเหลือข่มระบมอกน้องครองเศร้า |
| ป่านฉะนี้พี่นอนแนบเนื้อนวลหญิง อิงใครหรือเปล่า |
| ใจน้องร้อนดังถูกไฟแผดเผา โอ้มันแสนเงียบเหงายังเฝ้ารอคอย |
| แอบอกอิงอกหญิงคนใด จึงลืมน้องได้อกเคยฝากรอย |
| จืดจางแล้วจึงมาทิ้งให้คอย เมตตาน้องหน่อยยังคอยเก็บหวานรอพี่ |
ระทมในลานลั่นทม

| หอมเอยลั่นทมฉมไกล กลิ่นซึ้งตรึงใจ ดอกไม้อื่นใดไม่ปาน |
| หวลอวลใจ ซึ้งอยู่ในฤทัยวิญาณ หอมจะคงตลอดกาล สิ้นปราณยังฝันใฝ่ |
| รักห่างเปรียบฟ้าดินระทม ชวนรักชวนชม อกฉันจึงตรมไม่หาย |
| แต่ฉันรักมันไม่รู้คลาย ฟ้าดินสิ้นไป อกเอ๋ยแจ่มใจไม่หายจำ |
| นภาสิ้นแสงนวลจันทร์ เปรียบเป็นเช่นกันหภัยเรานั้นมืดดำ |
| หอมลั่นทม ฉันกลับตรมระทมใจระกำ รักระทมโลมจิตนำ เจ็บจำไม่รู้วาย |
| รักอยู่เคยงชู้แต่เพียงวิญญาณ ด้วยกรรมปั่นรานสวาทมิหวานดังหมาย |
| ลั่นทมสมชื่อจริงหรือไร ฉันนี้เศร้าใจ กลิ่นของลั่นทมให้ระทม |
รักครั้งแรก
| ช่างงามจริงหญิงใดไม่เปรียบเทียบเธอ ใจฉันละเมอถึงเธอเมื่อพบครั้งแรก |
| โอ้ความรักใยจึงแปลก เหมือนดังน้ำทิพย์ยามแรก เริ่มเรานี้ได้ร่วมสัมพันธ์ |
| ชรอยได้เคยรักใคร่กันมา ตั้งแต่เดิมนั้นจึงพา ใจให้รักกันมั่น |
| ใครหรือมีเทียมทัน มอบรักสมัครกัน ไม่รู้เคลื่อนเลือนหาย |
| เมื่อยามใดฉันได้อยู่ใกล้เคียงเธอ ใฝ่ฝันละเมอถึงเธอไม่รู้แหนงหน่าย |
| ค่ำคืนฉันไม่ลืมงาย นึกแต่รักที่เคยได้ ก่อคำพ้อคลอคู่ชิดชม |
| พลอยชื่นชูฉันคู่กับเธอ เสน่ห์เมื่อยามรักปรนเปรอ งามด้วยแสงจันทร์ส่อง |
| เหนี่ยวน้าวร้าวอารมณ์ แรกรักสมัครชม ใครหรือสมัครเหมือน |
| อาจเป็นบุญชักนำให้เรามีรัก ใจฉันรู้จักรักเธอเมื่อพบครั้งแรก |
| เหม่อมองเห็นกันยิ่งแปลก เหมือนเมื่อเพ้อพูดคำแรก เริ่มเรานั้นคือฉันกับเธอ |
| วอนด้วยคำชื่นฉ่ำชื่นใจ ปลอบประโลมหวานกระไร ชวนให้ฉันนั้นเพ้อ |
| คงคิดถึงเพียงเธอ มอบรักอยู่เสมอ มิรู้เปลี่ยนแปรผัน |
รักเธอคนเดียว
| เธอคนเดียวเท่านั้นที่ฉันรัก หายสมัครมุ่งมาตรปรารถนา |
| เธอคนเดียวเท่านั้นที่ฉันบูชา ยอดปรารถนาของฉันนั้นคือเธอ |
| เธอรักเธอรักจริงยิ่งชีวิต เฝ้าแต่คิดใฝ่ฝันมั่นเสมอ |
| ทั้งชาตินี้ชาติไหนใคร่บำเรอ ตามเสนอไปสนองคู่ครองกัน |
| เธอคนเดียวเท่านั้นที่ฉันคิด หวังสนิทเฝ้าเพ้อละเมอฝัน |
| ฝากชีวิตจิตใจไว้ด้วยกัน ผูกสัมพันธ์มั่นหมายไว้กับเธอ |
รักนิรันดร

| เมื่อยามเช้าตรู่หมู่มวลผกา มองดูเย็นตา เหมือนพาเราให้สดชื่นดังฝัน |
| เรื่อเรืองแสงส่องดังทองพริ้วพราย ประกายงามครัน หอมยามลมผ่านซ่านใจเหลือข่ม |
| ดุจดังนารีแรกรุ่นดรุณีโสภา แลดูสง่าต้องตาพาใจภิรมย์ |
| หากหลงระเริงใจให้ชายเชยชม แล้วคงต้องตรมทุกข์อยู่ไม่วาย |
| โอ้ความรักที่คื่มด่ำสัมพันธ์ รักนั้นไม่คลาย รักเอยไม่หน่ายคือแม่เท่านั้น |
| ค่ำคืนลุกนั่งระวังริ้นไร ดวงใจรักมั่น รักนั้นคือแม่ไม่แปรเปลี่ยนเอย |
รักหวาน
| รักเอยหวานฉ่ำมาแรมรักจำห่าง คิดถึงฉันบ้างอย่างร้างแรมเลือน |
| น้ำคำน้ำใจติดตรึงถึงแรมเดือน รอยหยิกติดเตือนให้จำเสมอ |
| แท้จริงฉันใคร่จะไปรักใครอื่น รักเดียวรักชื่นเท่านั้นคือเธอ |
| รักใครร้อยคนไม่เคยคิดปรนเปรอ ใจมั่นเสมอรักเธอไม่หน่าย |
| รักแล้วมิแคล้วคลาดหวัง อย่าเคืองคิดชังเบี่ยงบ่าย |
| ขาดเธอเหมือนใจจะขาดหาย อกใจสลายแรมรา |
| ฉันยังรักมั่นรอวันสัมพันธ์คู่ ฉันยังรักอยู่ไม่รู้โรยรา |
| ฉันยังพะวงว่าเธอนั้นคงมา จงกลับมาหารักพามาด้วย |
ริมฝั่งน้ำ

| ริมฝั่งน้ำ พร่ำเพ้อละเมอครวญ |
| เคยชื่นชวน เมื่อหวลคะนึงไป จิตใจยังชื่นชู |
| แสงเดือนส่อง ยิ่งมองแล้วจิตเผลอเธอยังอยู่ |
| เคล้าคลอคู่ ชื่นชูรู้สึกเหมือนเตือนใจจำ |
| เธอกับฉัน ก่อนนั้นเคยชื่นฉ่ำ |
| ริมฝั่งน้ำ สุขล้ำยังจำได้ อะไรจะเทียมทัน |
| เคยเรียกเธอ เสนอรักรำพรรณ |
| เคยคู่กัน ใฝ่ฝันถึงเพลงชื่น ค่ำคืนได้เคยฟัง |
| น้ำเต็มเปี่ยม ก็เทียมรักสุกหวานปานไหลหลั่ง |
| น้ำเต็มฝั่ง ดุจดังรักที่หวังยังคงคอย |
| เคยชื่นใจ ฝากไว้หัวใจลอย |
| เฝ้าแต่คอย โอ้รักนั้นเลื่อนลอย ยิ่งคอยยิ่งใจตรม |
รุ่งฟ้ารังษี

| รุ่งฟ้าเรืองรอง ผ่องรังษีแจ่มสุริยัน พร่างพริ้วสวรรค์ อำพันสกาวพราวผ่อง |
| ภาพฟ้าเป็นทิว ลิ่วลอยริบหรี่สีทอง ผ่องพรรณงามตา ฟ้ารุ่งแล้วราง ๆ |
| เปรียบเหมือนดังเป็น เช่นความรักแห่งหฤทัย พร่างพริ้วไสว ควงใจแจ่มพลันกระจ่าง |
| เริ่มแล้วรางรอง ผ่องรังษีสู่นภางค์ สดสวยด้วยทาง ช้างเผือกเด่นดูงามตา |
| เหมือนกามนิตวาสิฎฐี ผูกพันสองฤดี รักมีความมั่นอุรา |
| ความรักจึงซึ้งสุดบูชา สู่แดนฟ้าฤมี รังษีสดแจ่มใส |
| เมื่อรักจงรอ ต่อความหวังแห่งปณิธาน ใฝ่ฝันความหวาน ชื่นชูอยู่เรียงเคียงไหล่ |
| รื่นรักปรนปรุง รุ่งรังษีสู่ฤทัย โลกนี้อำไพ ไร้สิ่งหลอกลวงมารยา |
ลมทะเล

| เมื่อฉันนั่งชมฟังลมและคลื่น มองน้ำค่ำคืนอาบเดือนเด่นฟ้า |
| ใจหวลคร่ำครวญเมื่อจวนจากตา คืนนั้นเรามาเดินที่หาดทราย |
| เพลินเสียงคลื่นลมรำเพยพัดร่ำ ฟังคล้ายถ้อยคำไม่เลือนคลาย |
| เธอค่อยกระซิบสั่งหลังฝากกาย ใจฉันไม่วายชุ่มชื่นด้วยเธอ |
| ลมทะเลยะเยือกเย็น เดือนนั้นเป็นเหมือนภาพเธอ |
| ฉันยังเฝ้าเป็นห่วงเธอด้วย ใจเพ้อถึงเธอไปอยู่ที่แห่งใด |
| คำหวานแว่วมากับลมเหมือนเพื่อน ดูน้ำสะเทือนประกายผ่องใส |
| ยังเฝ้าละเมอเมื่อเธอจากไป ยามรักห่างไกลพาให้คนึง |
ลืมเสียเถิดอย่าคิดถึง
| ลืมเสียเถิดอย่าคิดถึง ลืมรสที่ซึ้งใจมั่น |
| เพลิงคิดถึงตรึงใจไม่เว้นวัน ฟังแล้วตื้นตันต้องร้องไห้ |
| ลืมเสียเถิดว่ามีฉัน ลืมรักเสกสรรค์ที่เคยได้ |
| จะคิดก็คิดจะเพ้อทำไม จะรักก็รักอย่าหลงอาลัยให้ขมขื่น |
| นึกเสียว่าความหลังครั้งกระนั้น เหมือนนอนหลับฝันชั่วคืน |
| มันอาจจะหวานมันอาจจะชื่น พอลืมตาตื่นความชื่นก็หาย |
| ลืมเสียเถิดเรื่องความหลัง ลืมรักที่ฝังใจไม่หน่าย |
| บุญเราสองครองกันแต่เพียงใจ จะมั่นหมายปองกายไม่ได้เลย |
วังน้ำวน

| วังน้ำวนสายชลวนเชี่ยว เป็นเกลียวลึกลง |
| เกลียวน้ำวนวนวิ่งดิ่งตรง ลึกลงทุกที |
| สิ่งใดที่หลงในวังวน อับจนจะพ้นฤามี |
| สายชลเชี่ยววนทวี เหลือที่จะดันสายชล |
| วังน้ำวนแม้วนแรงเล่า ไม่เท่ารักวน |
| วังรักวนด้วยเล่ห์กล วกวนล้นไป |
| หากใจใครถลำรักตน รักพาใจวนหลงจนเวียนใจ |
| สุดปัญญาสุดหาทางไป ทุกข์ทนจนใจอยู่ในวังรักวน |
| รักลึกล้นกลสวาท อาจจะก่อกวนหัวใจให้มัวหม่น |
| เล่ห์ความรักวนเปรียบน้ำวน ใครถูกกลต้องหลง |
| | หน้าแรก | ย้อนกลับ | หน้าต่อไป | บน | |