| หน้าแรก | ย้อนกลับ | หน้าต่อไป |

วังบัวบาน

         ร้อนลมหน้าแล้ง     ใบไม้แห้งร่วงลอย
หล่นทะยอยเกลื่อนตา     ไหลตามกระแสน้ำพา    ลอยมาทั้งกลีบดอกไม้
         จากหุบเขาไหลมาสู่ในวังน้ำ     สุสานเทวีผู้มีความช้ำเหนือใคร
ดอกไม้ใบไม้ไหลมา     คล้ายพวงหรีดร้อยมาลา    ไหลมาบูชาบัวบาน
         น้ำวังนี่หนอ     เป็นที่ก่อเหตุการณ์
ที่บัวบานฝังกาย     ยึดเอาเป็นหอเรือนตาย     รองกายไว้ด้วยแผ่นน้ำ
         จากหุบผาแนวไพรสู่ในเวียงฟ้า     ฝากไว้เพียงชื่อเลื่องลือเนิ่นช้าฝังจำ
ฝากคำสัตย์สำนึกตรอง    หลงทางสุดหวังคืนครอง     หลงตัวจึงต้องลาระทม
         เอาวังน้ำไหลเย็น     นี่หรือมาเป็นเมรุทอง     เอาน้ำตกก้องเป็นกลองประโคม
เอาเสียจักจั่นลั่นร้องระงม     เป็นเสียงประโคมร้องต่างแตรสังข์
         เพดานนั้นเอาม่านฟ้า     ภูผานั้นต่างเมฆบัง
ประทีปแสงจันทร์ใสสว่าง     อยู่เดียวท่ามกลางดงดอน

วิญญาณรัก

         อารมณ์ฉันวังเวงวาบหวิว     ดวงใจริกละลิ่วร่ำไป
เมื่อยามจากรักแรมไกล     จึงพลอยห่วงในรักอาลัย     จิตใจหวาดละเมอผวา
         ยามนอนฉันอาวรณ์ถวิล     ยามกินฉันก็กินน้ำตา
เฝ้าคอยให้ความรักคืนมา     วิงวอนแต่เทพไทเทวา     จงมาโปรดให้หายมืดมัว
         ความทุกข์อาลัยจะสุขอย่างไร     เมื่อใจฉันผูกพันพัว
บางครั้งยังนึกขลาดหวาดกลัว     หวิวใจระรัวฉันแทบขาดใจ
         วิญญารักยังตามหลอกหลอน     ดวงใจฉันรอน ๆ ร่ำไห้
บางทีแว่วยินเสียงไกล ๆ      ฟัง ๆ ดังใครร้องชวนไป     เออใครก็ไม่รู้กู่มา

สายลมว่าว

         โอ้สายลมว่าวเมื่อคนร้อนเร่า     เจ้าพัดโบยพัดโชยให้ชื่นใจ
ลมเอยเมื่อไรเจ้าจะพัด     หทัยสำราญผ่านหวิวโชยมา
         ร้อนใจไกลจากเธอ     ละเมอคอยเรื่อยมา
ร้อนรนใจในอุรา     หวังลมพัดพาให้คลายร้อนถอนความเศร้า
         ลมเอ๋ยลมว่าวจิตใจร้อนเร่า     เจ้าเคยพัดโบยพัดโชยให้ชื่นใจ
เฉื่อยฉิวรำเพยข้าวอนขอเอ่ย     เจ้าเคยพัดเย็นไม่เว้นเวลา
         ร้อนใจไกลจากเธอ     ละเมอคอยเรื่อยมา
ร้อนรนใจในอุรา     หวังลมพัดพาให้คลายร้อนถอนความเศร้า
         ลมเอ๋ยลมว่าวจิตใจร้อนเร่า     เจ้าเคยพัดโบยพัดโชยให้ชื่นใจ

สิ้นรักสิ้นสุข

         รักเจ้าเอ๋ยเคยใฝ่ฝัน     รักกระสั่นรัญจวน     รักที่หวังดังลมหวล     รักกำศรวลครวญคร่ำ
ก่อนเคยรักซาบซ่าน  ปั้นคำหวานพรอตพร่ำ     กลับชอกช้ำ  กลืนกล้ำจำผืน
         ตัดขาดจากกัน  ความโศกศัลย์รักนั้นมามาก     สุขก็คลายรักสลายคลายคืน
จะหลักจะนอน  ใจทอดถอนสท้อนสอื้น     โศกสู้กลืนทุกข์สู้ผืน  ขมขื่นหัวใจ
         หมดสิ้นอาลัยเหมือนไฟหมดเชื้อ     นิดเดียวไม่เลือเยื่อใย
จิตสุดฝืนรักคืนสิ้นไป     ไม่เหลืออาลัยให้ฉัน
         จะสุขอย่างไรในเมื่อใจ     ต้องไหวต้องหวั่น
เฝ้าผูกพัน     รักอันนั้นรักปั่นหัวใจ

สุดสงวน

         โอ้เจ้าสุดสงวน     น้องรัญจวนใจพี่
รักประคองรักสุดปองขวัญฤดี     รักเจ้าแต่พี่สุดตรม
         รักนวลสงวนต้องกลัวน้องจักชม     พี่หักอารมณ์พี่ต้องสงวนนวลชม     หักความรักข่มอาลัย
พี่หักอารมณ์พี่ต้องสงวนพวกชม     หักความรักข่มอาลัย
         เพราะพี่รักจริงเจ้า     กลัวน้องจะเศร้าเจ้าอย่าอาลัย
พี่สงวนนวลเจ้าเห็นใจ     สงวนตัวไว้ให้นะแก้วตา     สงวนตัวจนกว่าพี่มาชม

เสียงกระซิบจากเกลียวคลื่น

         เสียงคลื่นซัดฝั่ง     มันคลุ้มคลั้งฝังรอยสวาทใจ
มันซุกมันไซ้มันซบทรวงทราย     แซบซึมไม่มีวันวาย
มันเคลิ้มมันคลุกมันเคล้ามิคลาย     รสทรายรื่นรม
         เสียงกระซิบแผ่ว     ฟังหวานแว่วพริ้งตามเกลียวคลื่นมา
เรารักหนามาหามาชม     คลื่นลอยติดตามเกลียวลม
มาร้อยรอยรักมาพักคลื่นชม     ภิรมย์เพียวฝัง
         ฟังซีคลื่นมันละเมอ     ฝากสวาทเหมือนเธอละเมอเพ้อให้ฟัง
เห็นใจฝั่งบ้างหรือยัง     ฝั่งรักจีรังเหมือนคลื่นยืนใจ
         เสียงคลื่นซัดฝั่ง     กระซิบสั่งฝังรักตลอดไป
มักซุกมันซิกกันชื่นใจ     มันซบมันหนุนจนอุ่นไอ
กระซิกกระซี้กันเรื่อยไป     จะรักกันไว้ตลอดกาล

เสียงกระซิบสั่ง

         เสียงกระซิบสั่ง     ฉันฟังยังแว่วแจ้ว ๆ อยู่ในหู
เหมือนเตือนให้รู้     ว่ารักคู่เคยคลอ     เขาจะรออยู่เคียง
         ยามเมื่อจากมาไกล     หัวใจอย่าเอนเอียง
เสียงสั่งถ้อยคำและสำเนียง     สั่นกังวาลระรัว     กลัวจะไม่กลับคืน
         เสียงกระซิบสั่ง     ฉันฟังแว่วกังวาลหวานปนสะอื้น
เสียงเธอขมขื่น     พาฉันตื้นตันใจ     ห่วงใยอยู่กับเธอ
         แม้ตัวจะจากไกล     หัวใจก็คงเคียงคู่อยู่กับเธอ
คิดถึงเสมอ  ใจฉันมุ่งละเมอ     ถึงเธออยู่ทุกวัน
         ยามเมื่อจากมาไกล     หัวใจเฝ้าใฝ่ฝัน
คิดถึงเธอคนเดียวทุกวัน     อยากจะมารับขวัญ     เธอที่อุตส่าห์คอย
         เสียงกระซิบสั่ง     ฟังแล้วดูก็ยิ่งพา     หัวใจให้เหงาหงอย
เสียงเธอเศร้าสร้อย     พลอยฉันเศร้าระทม     ตรอมตรมอยู่กับเธอ

เสี่ยงรัก

         โอ้ดวงใจเฝ้าใฝ่แต่คอยหา     ดูเหมือนว่าจะขาดใจ
จิตระทมเฝ้าข่มฤทัยไว้     ใจหนอใจไม่คลายรักสิ้น
         จิตกังวลเฝ้าหม่นฤทัยถอน     นอนนึกนอนน้ำตาไหลริน
ยอมฉันยอมสละทั้งสิ้น     ยอมทิ้งถิ่นเพื่อจะติดตามเธอไป
         พระพรหมลิขิตขีดแนวชีวิตฉัน     ไว้ให้สัมพันธ์กันกับดวงใจ
รอยบุญรอยกรรมก่อนทำอันใดไฉน     บันดาลดลให้ใจฉันรักจริง
        เสี่ยงบุญกรรมทำก่อนแต่ปางหลัง     บุญฉันยังเป็นบุญไว้อิง
ยอมฉันยอมสละทุกสิ่ง     ใจรักยิ่งไม่ทอดไม่ทิ้งจนตาย

เสียแรงรักใคร่

         เสียแรงรักใคร่เสียแรงปักใจจริง     หวังได้พักพิงกลับทิ้งกันไป
เสียแรงฉันซื่อและถือจริงใจ     เหินห่างเริศร้างแรมไกง  สิ่งที่ฝากไว้แรมรา
         เสียแรงหมายมั่นเสียแรงฝากกันนาน     เสียถ้อยสาบานเสกสรรค์วาจา
เสียแรงร่วมสุขร่วมทุกข์กันมา     เธอสิไม่เห็นนำพา  หรือไปใฝ่หาคู่ใหม่
         ช้ำนักรักเอยเคยพร่ำ     เสียถ้อยเสียคำที่เคยให้
ถูกเธอผลักใส  ตัดบัวสิเหลือเยื่อใย     ตัดใจไม่เหลือเลย
         เสียแรงสมสู่เสียแรงชื่นชูชม     เสียสิ้นภิรมย์สู่สมเราเอย
เสียแรงเป็นคู่ร่วมชู้ชูเชย     เสียสิ้นความรักเราเอย  ช้ำจริงอกเอ๋ยตัวเรา

แสนวิโยค

         แสนวิโยคโศกไม่รู้หาย     น่าเสียดายรักมากลายจืดจาง
สัญญาไว้จะไม่เริดร้าง     กลับเหินห่างต้องอ้างว้างไม่รู้วาย
         อ่อนอาลัยหมดหวังแล้วซิเรา     ต้องโศกเศร้าเฝ้างมงาย
โธ่ใจหนอใจใยมาหน่าย     เสียดายที่แรกมั่นหมายว่าจริง
         แสนวิโยคโศกเศร้าอาวรณ์     เฝ้าทุกข์ร้อนไม่ได้แนบแอบอิง
รักลืมเลือนเคลื่อนคลายทอดทิ้ง     ไม่เห็นจริงยิ่งคิดไปให้ระทม
         ช่างกระไรโธ่หนอน้ำใจ     ตัดเยื่อใยไม่ชื่นชม
โอ้กรรมหนอกรรมช้ำระทม     หวังแต่ชมแต่กลับไม่สมดังปอง
         แสนวิโยคโศกเศร้าอาดูร     ถ้าแม้สูญสิ้นอาลัยใจหม่นหมอง
เช้าค่ำร่ำแต่น้ำตานอง     ยิ่งคิดตรองในอกกลุ้มดังสุมไฟ
         จิตพะวงมุ่งหลงรักจริง     ถูกทอดทิ้งยิ่งเศร้าใจ 
ไม่เคยนึกเลยเป็นไปได้     น้อยใจที่หมดอาลัยอาวรณ์

หญิงก็มีหัวใจ

         ปวดใจยิ่งนัก   ความรักทำลายจนตรม
โธ่เธอคงเห็นเริงรมย์     มาหยอกมาชม พอสมบันเทิงนะใจ
หลอกฉันให้มีหวังมั่น     มาหลอกรักกัน เฝ้าวอนจนฉันฝันใฝ่
ต้องครวญรำพึงคนึงอาลัย     ผูกพันรักไว้เพียงเธอ
         ใช้ความเป็นชาย     เที่ยวล่าหญิงทุกราย ดังเนื้อทรายที่เจอ
หลอกลวงจนฉันละเมอ     ใจเทอดทูนเธอจงรักเพียงเธอ
เพียงหลงบำเรอจนสมใจเธอ     โถเธอมาลืมกัน
         โธ่คนใจร้าย     ปองหมายเพียงเริงชีวัน
จืดจางเธอร้างไปพลัน    มาด่วนลืมกัน จนฉันระทมมิวาย
ผู้หญิงก็มีหัวใจ     ยามเมื่อรักใคร หทัยไม่หลงลืมง่าย
พอชิงชังเหมือนดังใจชาย     เจ็บจำช้ำคล้ายชายชาญ
         ขอกรรมเวรตาม     ให้เธอเจอหญิงงาม งามสมความต้องการ
ให้เวรกรรมนั้นบันดาล     ให้ต้องซมซานให้หญิงรอนราน
ให้รักรังควานจนช้ำดวงมาลย์     เหมือนผลาญใจนารี

หวงรัก

         ของของใครของใครก็ห่วง     ของใคร ๆ ก็ต้องหวง     ห่วงใยรักใคร่ถนอม
ใครจะชิงของใครใครยอม     จนถึงอดออมไม่ยอมขายให้ใคร
         รักของใครของใครก็ห่วง     ของใคร ๆ ก็ต้องหวง     ห่วงคนรักดั่งดวงใจ
ใครจะยอมยกไปให้ใคร     รักใครก็ใครต่างหวงไว้ครอบครอง
         เธอเป็นของรักของหวงที่ห่วงอาลัย     เป็นดวงใจฉันจึงห่วงใยใฝ่ปอง
ใจและกายของเราต่างเป็นเจ้าของ     หากไม่ครอบครอง     เดี๋ยวของรักต้องหลุดลอยไป
         รักจริงถึงห่วงไม่ใช่หลอกลวง     รักจริงถึงห่วงดวงใจ
จะเป็นจะตายก็ไม่ยอมให้ใคร     แม้ใครชิงแย่งไปฉันยอมตายเอย

หากภาพเธอมีวิญญาณ

         ภาพเตือนฤดี     หากภาพเธอมีวิญญาณ
จะได้ถอดถ่ายดวงมาลย์     ร่วมใจประสาน  พลอดคำฉ่ำหวานด้วยกัน
         ภาพแทนดวงใจ     สุดหักอาลัยใฝ่ฝัน
หลงพร่ำรำพรรณ     ภาพเธอเท่านั้น  ซึ้งเล่ห์สัมพันธ์อุรา
         เสียดายจริงเอย     สิ้นชิดเชยโอ้รักเอยนำพา
แม้มีวิญญา     คงสัญญานำรักมาเชยชม
         พร่ำภาวนา     ให้มีชีวาอารมณ์
ทุกค่ำทุกคืนชื่นชม     รักจักชิดชูสู่สม  รักร่วมภิรมย์กับเธอ

เหมือนไม่เคย

         เรื่อย ๆ มาเรียง ๆ     นกบินเฉียงไปทั้งหมู่
ตัวเดียวมาไร้คู่     เหมือนพี่อยู่เพียงเอกา
         ร่ำ ๆ ใจรอน ๆ     อกสะท้อนอ่อนใจข้า
ดวงใจใยหนีหน้า    โถแก้วตามาหมางเมิน
         รู้ใหมใครช้ำเท่า     เหมือนพี่เศร้าเจ้าห่างเหิน
เคยแนบแอบอกเพลิน     กลับหมางเมินเหมือนไม่เคย
         แจ้ว ๆ จำบรรจา     ยกดินฟ้ามาอ้างเอ่ย
แรมลามาละเลย     เหมือนไม่เคยเลยหรือไร

เหลืออาลัย

        โอ้เจ้าแก้วตา พี่เคยเห็นหน้าเจ้า     เฝ้ารำพรรณ
น้องเอยจากกัน สุดแสนเศร้า     อกเราร้าวระทม
        แสนอาลัยที่ไม่ได้เห็นหน้าเจ้า    เฝ้าตรอมตรม
น้ำค้างพร่างพรม    ลมหนาวพัดผ่าน    เยือกเย็นจับหัวใจ
        เสียงหริ่งเรไรร้อง    ฟังคล้ายเสียงน้องพร่ำพิไร
รักเอยเศร้าใจ    ดังไฟร้อนรุ่ม    สุขใจไหม้รักมลาย
        ร้าวรานระทม    อกใจพี่เหลือจะข่ม    ตรมรักอยู่ไม่วาย
น้องเอยจากไปไม่พบหน้า    ยิ่งพาข้านี้รำพรรณ
        ดาวเคลื่อนเดือนหล้อย  พี่พลอยหมองใจหม่น  ทนวิโยคโศกศัลย์
น้องเอยจากกันโอ้ขวัญเจ้า    เรียบเหงาเศร้าฤดี
        เหลือรอยอาลัย    ฝากใจน้องไว้ให้พี่    ที่ร่ำหา
แม้เพียงหลับตายังเห็นหน้า    แก้วตาของพี่เอย

แหวนประดับก้อย

         เห็นกันอยู่เกือบ ๆ ทุกวัน     เพราะมีเหตุใดไหวหวั่น     จากกันไม่เคยพบเลย
รักของเราก่อนเก่าอกเอย     คิดไปว่าใจนั้นเคย     ชูชื่นทุกคืนทุกวัน
         แหวนที่เคยประดับนิ้ว     ยังคอดรัดกิ่ว    มองนิ้วแล้วใจฉันสั่น
คิดถึงตัวเจ้าของแหวนนั้น     แหวนเอยเจ้าของแหวนหมั้น     เขานั้นไปอยู่แห่งใด
         คอยฉันเฝ้าแต่คอย     ใจลอยและนึกหวั่นไหว
แหวนเอ๋ยอีกเมื่อไร    เจ้าของ ๆ เจ้าเขาจะกลับมา
         แหวนที่เคยประดับนิ้วก้อย     แม้ว่าราคานิดหน่อย     แต่ค่าเลิศลอยนักหนา
ฉันรักเท่ากับดวงชีวา     คิดแล้วยิ่งดูเหมือนว่า     พาให้คิดถึงเจ้าของ
         หนาวน้ำค้างที่เกาะเซ็นซัด     ลมเย็นเมื่อยามสงัด     ยามใดไม่ชวนฉันมอง
คิดถึงแต่เจ้าของ     แหวนทองที่ฉันสวมใส่     เตือนใจทุกวันทุกคืน
         แม้พระจันทร์จะแจ่มงามตา     ดวงดาวที่พรางสง่า     งามตาไม่ชวนฉันชื่น
สวยงามใดอะไรอื่น ๆ      นับร้อยพันนับหมื่น     ไม่ชื่นเท่าเจ้าของแหวน
         โอ้เมื่อไหร่จะมา     เหมือนพาให้เสียดายแสน
รักเจ้าของแหวน     หาอื่นมาแทนไม่ชื่นอุรา
         แหวนที่เคยประดับนิ้วก้อย     แม้ว่าราคานิดหน่อย     แต่ค่าเลิศลอยนักหนา
ฉันรักเท่ากับดวงชีวา     คิดแล้วยิ่งดูเหมือนว่า     พาให้คิดถึงเจ้าของ

โอ้ยอดรัก

         โอ้ยอดรักเศร้านักจากจร     จะผ่อนรักรอนให้
พี่ฝากรักชื่นนักชื่นใจ    ว่าคือฤทัยสัญญา
         รักกันผูกพันวจี     ฤดีก็มีค่า
นึกถึงคำที่ว่า     จะกลับมาพี่อย่าไปพักคืน
         แต่ปักษาผวาจากรัง     ยังหยั่งรู้รังชื่น
ยอดชีวิตสุดคิดสุดคืน     เพียงกล้ำกลืนฝืนใจ
         จะรักจะร้างให้หวังวิญญา    รักคงจะมาใหม่
ให้คิดอาลัยอย่าสุดสิ้นไป     นะใจรักเอย

| หน้าแรก | ย้อนกลับ | หน้าต่อไป | บน |