| | หน้าแรก | ย้อนกลับ | หน้าต่อไป | |
เพลงไทยให้คติ
กังหันต้องลม
| กังหันต้องลมหมุนวน ไม่รู้กี่หนต่อวัน |
| แต่ใจคนหมุนเวียนผัน ไม่รู้ว่าวันละกี่หน |
| นี่แหละน้ำใจ เชื่ออะไรกับน้ำใจคน |
| วันนี้ยังรักกันอยู่ ทั้งคู่ก็สดก็ชื่น |
| พรุ่งนี้รักอาจเป็นอื่น คู่ชื่นก็กลับชอกช้ำ |
| วันนี้อาจเลิกรักกัน รุ่งอีกวันอาจรักกันใหม่ |
| รักกันแล้วจืดจางไป ต่างก็ไม่รักกันจริง |
| แต่ครั้นแล้วผลสุดท้าย ทางฝ่ายชายก็โทษหญิง |
| ต่างก็ไม่รักกันจริง ทางฝ่ายหญิงก็โทษชาย |
| กังหันต้องลมหมุนวน ไม่รู้กี่หนต่อวัน |
| แต่ใจคนหมุนเวียนผัน ไม่รู้ว่าวันละกี่หน |
| นี่แหละน้ำใจ ย่อมวนเวียนไป คล้ายกังหันต้องลม |
เกิดเป็นคน
| เกิดมาเป็นคน บุญน้อยนำจน ต้องทนคิดสู้ |
| บุญหนักมักน้อยนำชู ให้อยู่สบาย ดังเทพไทเสกสรรค์ |
| แต่คุณความดี สิ่งนี้ฤดี ควรมียึดมั่น |
| คนมั่งมีหรือจนนั้น โลกเขาเทียบกัน ก็ตรงที่ความดี |
| ทรัพย์สินเงินตรา หาไปคงได้ทวี |
| แม้เดิมมั่งมี ประพฤติไม่ดีก็จน |
| เรานี้ขยันไม่บิดผันการงาน ประพฤติแก่นสารเฉกวัฒนธรรม |
| หากคิดกลัวจน ต้องสนใจงาน มัวคิดสราญพาลให้ล่มจม |
| มาซิพวกพ้องเหล่าพี่น้องชาวไทย ฝึกฝนใจไว้ให้เข้มแข็งอดทน |
| ถ้าแพ้ใจคน ไม่พ้นจนใจ พวกเราชาวไทยต้องใจมั่นคง |
เกิดมาพึ่งกัน
| เกิดเป็นคนอย่าเห็นแก่ตนแหละดี ถึงจะมีร่ำรวยสุขสันต์ |
| จนและมีไม่เป็นที่สำคัญ แม้รักกันพึ่งพา อย่าไปตัดไมตรี |
| เกิดมาพึ่งกัน ผิวพรรณใช่แบ่งศักดิ์ศรี วันนี้เราอยู่คิดดูให้ดี |
| ถึงจะจนจะมี อย่าไปสร้างเวรกรรม ขืนไปทำชั่วไป อาจต้องใช้กรรมเวร |
| อย่างมงายโลภหลง เพราะคงจะเกิดลำเค็ญ |
| สร้างบุญพระท่านคงเห็น ร่มเย็นพ้นความกังวล |
| ถึงจะวิบัติขัดสน ผลบุญนำให้ ศีลธรรมมั่นใจไม่ต้องกังวล ถึงจะมีจะจนเกิดกุศลดลใจ |
คลื่นกระทบฝั่ง
| ริมทะเลคลื่นซัดน่าฟัง คลื่นกระจายประดัง กระทบฝั่งพลันละลาย |
| ชลสินธุ์มันดิ้นพราวพราย พอคืนพื้นหาดทราย ก็ละลายหายไป |
| ด้วยพื้นของทราย ดูดทรายลงไปพลัน |
| น้ำเสียงฟังไกลใกล้ ก้องทั่วไปฤทัยไหวหวั่น |
| ซ่าแล้วกลืนสิ้นพลัน แต่แล้วก็พลัน ซ่ากระจาย |
| คำผู้ชายง่ายนักจักฟัง ดุจดังคลื่นประดัง กระทบฝั่งละลาย |
| นานไปก็สิ้นความหมาย ดั่งคลื่นฝังฝั่งทราย พูดแล้วเลือนเคลื่อนคลาย |
| สิ้นรักเมื่อปลาย สุดที่จะฟัง |
| น้ำเสียงชายคลายเคลื่อน แรกสะเทือนเหมือนคลื่นไหลหลั่ง |
| ครั้งได้ดังหวัง ก็กลับคล้ายคลื่นกระทบฝั่ง |
| สุดวจีที่จะฟัง สิ้นรักประทังไม่ยั่งยืน |
จังหวะชีวิต
| ชีพคือชีวิต ชีวิตก็คืองานเรานี่ กิจการจะดี อาศัยจังหวะดีช่วยกัน |
| ชีวิตระวังเหมือนดังจังหวะเพลง บรรเลงได้ส่วนสวรรค์ รู้จักสัมพันธ์มั่นคง |
| แต่คนผิดหวัง เพราะความไม่ระวังทีท่า ผิดแบบลีลา ชีวิตก็ถลาคว่ำลง |
| ถ้ารู้ลีลารักษาจังหวะไว้ จะไปตลอดตรง งานคงเสริมและส่งผลไกล |
| ชีวิตผิดพลั้งยั้งไม่ทันจึงคว่ำ ความเจ็บซ้ำทรวงใจ |
| ถูกเขาประนามหยามให้ ชีวิตพลาดไปทั้งเจ็บทั้งอายกัน |
| นี่แหละชีวิต มักมีจังหวะผิดลงได้ สุดแต่ว่าใคร จะวางจังหวะไว้คงมั่น |
| ชีวิตระวังจังหวะสำคัญ ชีวิตและเพลงเขาเปรียบเหมือนกัน ถ้าใครเดินตามแนวนั้นเป็นสุขเอย |
ชีวามาลา
| ลมโชยโบยมาหอมกลิ่นผกา น่าชื่นใจ ลมโบกโกรกไหวไกวแกว่ง |
| หลายพันธุ์มากแย้มบางงามดี สีนวลแซม สอดแกมสีแดงแกมม่วง |
| มาลีดอกใดสวยสดชื่นใจ ได้ชื่นชม เคยเก็บเสียบผมจนร่วง |
| ฉันชมว่างามเดี๋ยวพลันทราม ช้ำโรยร่วง ดอกใบทั้งปวงโรยได้ |
| คิดหวลครวญใคร่ทั่วไป หาได้แน่ กลับกลายเปลี่ยนแปรทุกวันไป |
| ดอกไม้ยังโรยเหี่ยวโหยโรยไป เราทิ้งทันใด หล่นอยู่ในกลางดิน |
| คนเราเกิดมาแม้นเปรียบมาลา ก็เช่นกัน มีแต่แปรผันกลายสิ้น |
| นิจจาเปลี่ยนแปรเดี๋ยวเจ็บและแก่ ผันแปรอาจินต์ ร่างกายฝังดินสิ้นเอย |
ชีวิตกับความรัก
| สิ่งสัมพันธ์ในดวงใจ ชีวิตใด ๆ ในโลกเรานี้ |
| สัตว์หรือคนก็ดี ความรักย่อมมีประจำใจ |
| โลกหมุนเวียนตามเวลา ความรักมีมาไม่ว่าแห่งไหน |
| ไม่พ้นกันไปได้ โลกเป็นฉันใดรักเท่านั้นคงดี |
| รักย่อมไม่เลือกคน สูงต่ำมีจนรักคอยปะปนทั่ว |
| ความรักไม่เลือกพื้นที่ ในป่าพงพีก็มีตามมา |
| รูปสำอางแลงามดี รูปโฉมโทรมทรามน่าเกลียดนานา |
| ความรักมีทั่วหน้า จะงามโสภาหรือชั่วช้าน่ากลัว |
| โลกของเรายังยืนยง ความรักยังคงตามเกี่ยวพันพัว |
| เปรียบเหมือนเงาตามตัว ความรักเกลือกกลั้วอยู่ทั่วไป |
| ขาดรักไปคงระทม ชีวิตจะตรมขมขื่นเพียงไหน |
| โลกนี้คงอยู่ได้ ด้วยมีน้ำใจรักกันไว้ไม่คลาย |
| รักพรากไปจากใคร ว้าเหว่ดวงใจหมองมัวทวีไปมิวาย |
| ชีวิตก็คงเหงาตาย ใครอยู่เดียวดายจะตายเร็วไว |
| สิ่งสามัญธรรมดา ถึงแม้ราชายาจกทั่วไป |
| เศรษฐีผู้ดีไพร่ จะไปหนใด หนีไม่พ้นรักเอย |
ชีวิตกับความหลัง
| คนเรามีกรรมมั่น เกิดมาต้องฝันด้วยกันทุกคน |
| ย่อมลำเค็ญเพราะเป็นคน วันหนึ่งคงดลผลไกล |
| ชะตาเวรกรรมซ้ำร้าย บุญกลับกลายขาดหายเมื่อไร |
| ดวงชีวันน้อย ๆ ลอยไป ลมหายใจสิ้นพลัน |
| เกิดมาทุกคนชาตินี้ ทุกคนอยากดีด้วยกัน |
| ต่างมีหวังมั่นทุกวัน ผูกพันมั่นหมาย |
| เมื่อความหวังพลาดขาดผล ฝืนใจสุดทนความอาย |
| เกิดความแหนงหน่าย ฉันตายยังดีเสียกว่า |
| หากเรื่องหวังไม่คลายหายคืน ชุบชูใจชื่นชักพา |
| เปรียบปานหยาดธารใหลมา ชะโลอุราเร้าดวงใจ |
| เมื่อหมดหวังที่คอยหา ฉันคงต้องลาโลกไป |
| เกิดมาเสีใหม่คงสมใจ กว่าในชาตินี้ |
ชีวิตกับดอกไม้
| ดอกไม้ที่ในโลกนี้ เรารู้ได้อย่างดี ว่างามสดสีทั้งนั้น |
| ปวงมาลีมากมีมากมายต่างพรรณ สวยงามทั่วกัน เพื่อความสัมพันธ์ชื่นชม |
| บุบผามาลีประดับความงาม หาใช่เพื่อเลวทราม แต่มีเพื่อความนิยม |
| บุบผามาลีมีไว้ดูและตม ไว้ชะโลมอารมณ์ ไว้เพียงให้ชมนาน ๆ |
| ดอกไม้ที่ในโลกนี้ แจ่มใสอยู่ด้วยดี และงามสดสีสะอ้าน |
| ปวงมาลีเกิดมาเพื่อความเบิกบาน เล้าโลมวิญญาณ เพื่อความสำราญทุกโมงยาม |
| ดอกไม้สอางค์ต่าง ๆ นานา ล้วนแต่เพียงเกิดมา เพื่อความสดชื่นสวยงาม |
| โลกหมุนเวียนวนไปกี่หนก็ตาม ทุกนาทีโมงยาม ทวีแต่ความงามครัน |
| เมื่อนึกถึงตามธรรมดา ชีวิตเราเกิดมา ก็มีปัญหาทั้งนั้น |
| อันคนเราเกิดมาเพื่อสิ่งใดกัน หมุนเวียนแปรผัน เปลี่ยนไปทุกวันตามวัย |
| ชีวิตคนเราผิดกับมาลี เพราะว่าปวงมาลี สดชื่นด้วยเสมอไป |
| มนุษย์เราเกิดมาในโลกเพื่ออะไร ทุกวันระทมตรมใจ หรือเพื่อสุขใจแน่เอย |
โชคมนุษย์
| โชคมนุษย์นี้ไม่มีที่แน่นอน ประเดี๋ยวเย็นประเดี๋ยวร้อนช่างแปรผัน |
| โชคหมุนเวียนเปลี่ยนไปได้ทุกวัน สาระพันหาอะไรไม่ยั่งยืน |
| ชีวิตเหมือนเรือน้อยล่องลอยอยู่ ต้องต่อสู้แรงลมประสมคลื่น |
| ต้องทนทานหวานสู้อมขมสู้กลืน ต้องจำฝืนสู้ภัยไปทุกวัน |
| เป็นการง่ายยิ้มได้ไม่ต้องฝืน เมื่อชีพชื่นเหมือนบรรเลงเพลงสวรรค์ |
| แต่คนที่ควรชมนิยมกัน ต้องใจมั่นยิ้มได้เมื่อภัยมา |
ดอกทานตะวัน
| ดอกเอ๋ยดอกทานตะวัน ผิวพรรณเหลืองอร่ามงามหนักหนา |
| งามเชิดชูบานตระการตา งามสง่าแง่เงื่อนเตือนใจตรอง |
| มวลดอกไม้หลายหลากหากถูกแสง อาทิตย์แรงร้อนเร่าย่อมเศร้าหมอง |
| คงมีแต่ตะวันอันเรืองรอง สู้หน้ามองตะวันมิพรั่นเอย |
| น้ำเอยน้ำใจ ควรผูกมิตรไว้ให้มั่นไม่หวั่นหวาม |
| มิใช่เคยแสวงสุขทุกโมงยาม แล้วเมื่อความทุกข์คลายวุ่นวายครัน |
| ต้องหัดให้ใจยงมั่นคงสู้ แม้จะรู้ว่าทุกข์สุขสันต์ |
| หันหน้ารับเหตุการณ์ทุกด้านพลัน เหมือนดังหนึ่งทานตะวันฉะนั้นเอย |
ดอกบัวไทย
| หอมดอกบัวไทย แลวิลัยสวยเด่นเป็นขวัญ |
| หญิงเราเช่นนั้น เทียบกันแล้วเราเหมือนดอกบัวบาน |
| สงวนศักดิ์สงวนตัว ควรนึกกลัวเขาจะเหยียดหยาม |
| สาวเพียงครู่ยาม หญิงงามเพราะความรักเกียรติศักดิ์ไทย |
| ดูดอกบัวตูม เรานี้ยังภาคภูมิและไว้ใจ |
| สูงเหนือน้ำเมื่อไร นั่นแหละจึงแย้มกลีบเบ่งบาน |
| เห็นชาติเผ่าพันธุ์ เป็นสัมพันธ์ด้วยเกิดใจสมาน |
| รักจะชื่นบาน ด้วยการรักไทยนั่นอยู่ตลอดไป |
ดอกฟ้าร่วง
| ดอกเอยดอกฟ้า ดอกไม้เทวา ดอกฟ้างามครัน |
| ดอกฟ้าลาวัณย์ ชาวฟ้าพากัน ต่างฝันฝักใฝ่ |
| แต่ปองดอกฟ้า เป็นของเทวา ชาวฟ้าพอใจ |
| ความรักอาลัย ดอกฟ้าเต็มใจ รักจะให้ดินชม |
| แต่เกียรติดอกฟ้า อยู่สูงเกินกว่า ย่อมพร่าตัวตรม |
| ดินชมจะสม ควรเพียรสอยชม อย่าข่มเกียรติหม่น |
| หากดินนำพา ไม่สอยลงมา ดอกฟ้าใจจน |
| ดอกฟ้าเมืองบน อยู่สูงเกินคน ไหนจะหล่นโรยลง |
| ดอกเอยดอกฟ้า ดอกไม้เทวา อยู่ฟ้าสูงส่ง |
| ลดใจรักลง ตัวนั้นไม่ปลง ทิ้งวงศ์เหิรมา |
| อกดินรำพัน ใช่ชั้นเดียวกัน ศักดิ์สวรรค์ต่ำกว่า |
| แหงนมองสองตา ไม่โน้มลงมา สุดมือจะคว้าชมใจ |
| มองสูงส่งเกินตา เอื้อมมือสูงกว่าใดใด |
| ต่อตายแล้วเกิดมาใหม่ ร้อยพันชาติใด ไฉนได้แต่คอย |
| หากว่าดอกฟ้า ไม่โน้มลงมา จากฟ้าสักหน่อย |
| หวังดินเหิรลอย ดินนั้นจะคอย จะลองเอื้อมสอยดูที |
ดอกไม้กับแมลง
| ดอกไม้แรกบาน รูปคราญหอมยวนใจ กลิ่นจรุงฟุ้งไกล หอมอวลอบพื้นดิน |
| กลิ่นหอมปานใด ย่อมยั่วใจผองภุมริน วนเวียนวกบินอย่างยินดี |
| ชมชิมลิ้มจน อิ่มเอมน่าเปรมปรีดิ์ ชิมลองของดี พอเสื่อมศรีก็หนีเลย |
| สิ้นรสสิ้นชม สิ้นอารมณ์สมใจเชย บินไปลับเลย เจ้าไม่เคยคิดอาลัย |
| ห่างเหินเมินจากไกล ทอดทิ้งไปไม่กลับมา |
| ดอกไม้แรกบาน เปรียบก็ปานสาวแรกรุ่น ผลินวลละมุน เนื้อนวลนุ่มโสภา |
| แรกสาวแรกงาม แรกก่อความเย้าอุรา เหล่าชายหมายตาอยากจะลอง |
| แมลงเหมือนชาย คอยกร้ำกรายใคร่ครอบครอง พอชมสมปอง ชายก็มองข้ามหัวใจ |
| สิ้นสาวซูบโทรม ถูกลูกโลมสาวเศร้าใจ พรหมจรรย์เสียไปไม่มีใครเขานิยม |
| สิ้นสาวก็สิ้นชม สิ้นภิรมย์ตรมอยู่เดียว |
ดอกไม้ใกล้มือ
| มวลเหล่าดอกไม้ใกล้มือ เป็นสื่อให้คนเด็ดถือชมเชย |
| เจ้าอยู่ในที่เปิดเผย เขาใคร่เชยเห็นเจ้าก็เลยเด็ดมา |
| คนเด็ดก็เพราะมันใกล้ ใครใกล้เด็ดไปสมอุรา |
| บานล่อใจใครจะรู้ว่า ต่างปรารถนาจะได้ชม |
| ทิ้งไว้หมองไหม้เสียเปล่า ขืนปล่อยเจ้าผึ้งไม่เคล้าก็เฉาด้วยลม |
| ทิ้งไปให้ตรมเหยื่อผึ้งเหยื่อลม ให้คนเขาชมดีกว่า |
| ดีกว่าจะทิ้งคาต้น โรยหล่นผู้คนไม่เห็นราคา |
| เจ้าใกล้มือเจ้าต้องถือว่า ไม่ใช่ดอกฟ้าที่อยู่ไกล |
ดอกราตรี
| ดอกเอ๋ยดอกราตรี ไม่มีสีสวยสดงดงามหรู |
| จึงมิใคร่มีใครใฝ่ใจดู หรืออยากรู้ว่าแฝงอยู่แห่งใด |
| ครั้นค่ำคืนชื่นชมอารมณ์ฉ่ำ กลิ่นเจ้าพร่ำเตือนจึงนึกถึงได้ |
| โอ้ราตรีนี้หนาน่าเห็นใจ กลิ่นกล่อมให้นอนชื่นทุกคืนเอย |
| ความเอ๋ยความดี มิได้มีใครรู้สึกสำนึกถึง |
| แม้นทำไว้เท่าใดคนไม่พึง ปรารภนาจะคำนึงให้ป่วยการ |
| หากถึงคราวดับแค้นแสนทุกข์เข็ญ จึงจะกลับแลเห็นเป็นแก่นสาร |
| เหมือนราตรีมีกลิ่นประทินบาน จะรู้รสหอมหวานต่อค่ำเอย |
ทาษชีวิต
| ชาตินี้ฉันมีแต่ความผิดหวัง บาปเคราะห์ประดังผิดหวังบ่อย ๆ |
| ฉันนี้เปรียบเหมือนลมลอย ฉันเฝ้าคอยแต่ต้องปล่อยตามกรรมเวร |
| ยากแค้นต้องทนไปจนชีพวาย ชีวิตเป็นนายมุ่งหมายอยากเด่น |
| ฉันพบชีวิตลำเค็ญ ต้องยอมยากเข็ญ ชีวิตมันเป็นนายเรา |
| เกิดแล้วตายไปมนุษย์ใด ๆ เกิดมาเพื่อใช้กรรมเก่า |
| ยากแค้นทนเอาเพื่อทุกข์บรรเทา ใช้บาปของเราเสมอไป |
| เกิดแล้วต้องทนดิ้นรนไม่วาย กว่าฉันจะตายไม่รู้เมื่อไหร่ |
| คิดแล้วไม่นึกเสียใจ จะเป็นไฉนเหมือนกันไปทุกคน |
ทาษน้ำเงิน
| รำพึงครวญคิดชีวิตเรา มีความโศกเศร้าหมองหม่น |
| ก็เนื่องด้วยความยากจน จำทนทุกข์เวทนาอาวรณ์ |
| ระอาชีวิตยิ่งคิดไป ไม่มีอะไรแน่นอน |
| มองดูโลกเหมือนละคร ช่างหลอกหลอนคิดไปหัวใจระอา |
| เราจึงเป็นทาษน้ำเงิน ดำเนินชีวิตเหนื่อย อยากหนักหนา |
| ดำรงชีวิตเรื่อยมา ปล่อยตามแต่ยถากรรม |
| มองไปทางไหนก็ใช้เงิน ไม่มีเพลิดเพลินสดชื่นฉ่ำ |
| น้ำตาอาบนองหมองคล้ำ ต้องตรากตรำเพราะเราขัดสนจริง |
ธรรมชาติสร้างสรรค์
| โลกนี้ล้วนมีที่คู่กัน ประสานสัมพันธ์คู่กันทั่วไป |
| รักล้ำดื่มด่ำลมพัดชื่นฉ่ำ กว่าสิ่งอื่นใด แผ่นดินกว้างไกลอีกไฟร้อนนั่น |
| บนฟ้ามีจันทร์อันผ่องตา ในน้ำมีปลาเกิดมาคู่กัน |
| ทั้งนี้ต่าง ๆ มืดมิดสว่าง ค่ำคืนกลางวัน คู่กันช่างสร้างสรรเคล้ากันมากมาย |
| โอ้งามที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ มีเพศสัมพันธ์พร้อมสรรพามากหลาย |
| พร้อมสรรพทุกสิ่ง มีหญิงมีชาย เป็นเพื่อนคู่กายพักพิง |
| มนุษย์ก็มีที่คู่ใจ มีหญิงไว้ให้ผู้ชายแอบอิง |
| มนุษย์เพศเดียวคงเปล่า ขาดที่พึ่งพิง จึงสร้างผู้หญิงไว้อิงผู้ชาย |
นางบุญใจบาป
| อันนางบุญใจบาป หลายหลากมากมาย ผัวเมียเคียงกายใจง่ายมิได้อดสู |
| ใจเบาเบือนพอผัวลงเรือนไม่อยู่ คบชายเชิงชู้ทำไปไม่รู้เกรงกลัว |
| บุญแต่ตัวดวงใจนั้นชั่วรวนเร ศีลธรรมกาเม ลุล่วงใช้เล่ห์หลอกผัว |
| เลวกระไรโธ่เอ๋ยทรามวัยใจชั่ว น้อยหรือมีผัวยอมตัวให้ชูเชยชม |
| กิริยาไร้ราคี ใจน่าบัดสีไม่รักดีอย่างใคร |
| ทรามวัยร่านตามชู้ไป ทอดกายให้ชายภิรมย์ ให้ชายอื่นชมรูปเริงรมย์ไร้อาย |
| นางกากีดวงใจไร้ที่แน่นอน มิควรอาวรณ์ เพราะจิตของหล่อนบาปหลาย |
| ใจเลวทรามนรกเวรกรรมทำง่าย จิตใจบาปหลาย หมดยางสิ้นอายเลยนา |
น้ำตาลใกล้มด
| น้ำตาลใกล้มดใครอดงดได้ ดวงใจไหนจะเว้นให้ต้องผูกพัน |
| หญิงและชายเมื่ออยู่ใกล้กัน ต้องเกิดกระสันต์สุดกลั้นใจภิรมย์ |
| น้ำตาลใกล้มด สุดจะอดสุดที่มดจะข่ม |
| มองดูในอารมณ์ รสหวานรอให้ชม ต้องชมภิรมย์หทัย |
| ไหนเลยจักไม่เชยชิดก็ผิดไป ชื่นจิตใจให้ฉ่ำทรวง |
| อันความรัก แรงนักสุดจะหักใจหวง |
| เฝ้าชะแง้แลพิศติดเตือน อย่าเหมือนดังมดแฝงพวงมะม่วง |
| ปองประโลมหวังชมผลพวง ตราบล่วงสู่ดิน |
| แม้น้ำตาลใกล้มดอดกิน สุดสิ้นเจ็บจินต์ตรมใจ |
บุพเพสันนิวาส
| เมื่อคิดให้ดีโลกนี้ประหลาด บุพเพสันนิวาส ที่ประสาทความรักภิรมย์ |
| คู่ใครคู่เขา รักเราคอยเฝ้าชม คอยภิรมย์เรื่อยไป |
| ขอบน้ำขวางหน้าขอบฟ้าขวางกั้น บุพเพยังสรรค์ประสบ ให้ได้พบสบรักกันได้ |
| ห่างกันแค่ไหน เขาสูงบังกั้นไว้ รักยังได้บูชา |
| ความรักศักดิ์ศรี รักไม่มีพรหมแดน รักไม่มีศาสนา |
| แม้นใครบุญญา ได้ครองกันมา พรหมลิลิตพาชื่นใจ |
| รักเหมือนโคถึกที่คึกพิโรธ ความรักเช่นนั้นให้โทษ จะไปโกรธโทษรักไม่ได้ |
| ไม่ใช่บุพเพ สันนิวาตแน่ไซร้ รักจึงได้แรมรา |
แผลรักในใจ
| คมมีดบาดเพียงผิวกาย ไม่ตายอาจหายมินาน |
| ใส่ยาสักเพียงขนาน แผลก็ประสานแล้วจะหายพลัน |
| ความรักหากจืดจางร้างไป ปวดใจดังคนรักนั่น |
| แผลรักร้ายแรงมหันต์ แผลเดียวเท่านั้นพิษมันตรึงปักใจ |
| ยามปวดเจ็บแปลบหนักหนา สุดจะหายามารักษาได้ |
| ร้อนรุมดังเพลิงสุมใจ เจ็บปวดหัวใจเพราะรักร้างรา |
| คอยรับช่วยเกลื่อนยาแผลรอย เฝ้าคอยก็ไม่เห็นมา |
| โอ้รักไม่กลับมารักษา ปวดอุราด้วยแผลรักในใจ |
พรหมลิขิต
| พรหมลิขิตบันดาลชักพา ดลให้มาพบกันทันใด |
| ก่อนนี้อยู่กันแสนไกล พรหมลิขิตดลจิตใจ ฉันจึงได้มาใกล้กับเธอ |
| เออชะรอยคงเป็นเนื้อคู่ ดวงอุ้มชูเลี้ยงดูบำเรอ |
| แต่ครั้งแรกเมื่อพบเธอ ใจนึกเชื่อเมื่อแรกเจอ ฉันและเธอเป็นคู่สร้างมา |
| เนื้อคู่ ถึงอยู่แสนไกล คงไม่คลาดคลา |
| มุ่งหวัง สมดังอุรา ไม่ว่าใคร ๆ |
| หากมิใช่คู่ครองแท้จริง จะแอบอิงรักยิ่งปานใด |
| ยากนักที่จะสมใจ คงพบเหตุอาเภทภัย พลัดกันไปทำให้คลาดคลา |
| เราสองคนต้องเป็นเนื้อคู่ จึงชื่นชูรักใคร่บูชา |
| นี่เพราะว่าบุญหนุนพา พรหมลิขิตขีดเส้นมา ชี้ชะตาให้มาร่วมกัน |
| คนบางคนต้องเป็นเนื้อคู่ เพียงแต่ดูรู้ชื่อโดยพลัน |
| ก็รู้สึกนึกรักกัน จนฝันใฝ่ใจผูกพัน แม้ไม่ทันจะเห็นรูปกาย |
| ฉันเชื่อ เพราะเมื่อพบเธอ ฉันเพ้อมากมาย |
| เฝ้าหลง พะวงไม่หน่าย ไม่ห่างกมล |
| พรหมลิขิตบันดาลทุกอย่าง เป็นผู้วางหนทางปวงชน |
| ได้ลิขิตชีวิตคน นำเนื้อคู่มาเปรอปรน ทั้งยังดลเธอให้กับฉัน |
| | หน้าแรก | ย้อนกลับ | หน้าต่อไป | บน | |