| | หน้าแรก | ย้อนกลับ | หน้าต่อไป | |
เพลงไทยให้รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
ฑีฑายุโกโหตุมหาราชา
| ข้าพระพุทธเจ้าไพร่ฟ้า ประชาราษฎร์ ขออภิวาทบังคมก้มเกศี |
| ราษฎร์สุขา เพราะบุญญาพระบารมี วาระนี้ถวายชัยใจปรีดา |
| ขอเดชะพระประสงค์จำนงค์ใด พระรัตนตรัย จงดลให้ดังปรารถนา |
| ทีฆายุโกโหตุมหาราชา ทรงสุขานิจสินภิญโญเทอญ |
กราวชัย
| บางสมัยไทยด้อยจนย่อยยับ ไทยกลับแก้ฟื้นคืนได้ |
| เพราะไทยใจสมัครรักเป็นไทย เต็มใจต่อสู้ หมู่ไพรี |
| มาเถอะเหวยยกมาทั่วสากล ไทยจะทนสู้ตายไม่พ่ายหนี |
| ถ้าแม้นมันมีชัยพวกไพรี ก็ได้แต่ปถพีไม่มีคน |
| หาเช้ากินค่ำยามสงบ เกิดศึกก็รบไม่ย่อย่น |
| ชาติใดใจกล้ามาประจน ทุกคนยอมตายให้บ้านเมือง |
| มาเถิดชาวไทยทั้งหญิงชาย ไว้ลายให้โลกเขาลือเลื่อง |
| ไว้เกียรติกรุงสยามนามประเทือง ให้รุ่งเรืองวัฒนาชั่วฟ้าดิน |
กราวถลาง
| ถลางของเราใครเข้ามาย่ำ จะตีกระหน่ำให้มันพ่ายแพ้ไป ถลางเป็นถิ่นของไทย ไล่ศัตรูออกไปชโย |
| เลือดไทยใจเด็ดไม่เข็ดขาม สงครามแกล้วกล้าจะหาไหน สละชีพเพื่อชาติจนขาดใจ ไม่ให้ศัตรูมาดูแคลน |
| ชาติใดหาญรุกรานมา จะเคี่ยวฆ่าให้ยับนับแสน ก่อกรรมทำทุกข์รุกเขตต์แดน แก้แค้นให้พ้นแผ่นดินไทย |
กรุงศรีอยุธยา
| (สร้อย) กรุงศรีอยุธยาราชธานีไทย ถึงเคยแตกแหลกไปก็ไม่สิ้นคนดี |
| เราจะรบศัตรูต่อสู้ไพรี เราจะกู้เกียรติศรีอยุธยาไว้เอย |
| ๑. อยุธยาธานีศรีสยาม เป็นเมืองงามธรรมชาติช่วยสนอง |
| บริบูรณ์ลุ่มน้ำและลำคลอง ท้าวอู่ทองทรงสร้างให้ชาวไทย |
| ๒. ครั้งโบราณแพ้พม่าเป็นข้าเขา พระนเรศวรเจ้าทรงกู้ได้ |
| ไล่ศัตรูไปให้พ้นแผ่นดินไทย กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี |
| ๓. ชาวศรีอยุธยามาด้วยกัน เลือดไทยใจมั่นไม่พรั่นหนี |
| ชีวิตเราขอน้อมและยอมพลี ไว้เกียรติศรีอยุธยาคู้ฟ้าดิน |
เขมรปากท่อ

| บัดเอย บัดนั้นนักคุ้มบังคมก้มเกษา |
| ความเกรงพระราชอาชญา เจรจาเสียงสั่นด้วยพรั่นใจ |
| ซึ่งโปรดให้ข้าเป็นข้าหลวง ไปทวงส่วยละโว้เมืองใหญ่ |
| ข้ากลับเสียทีพ่อเมืองไทย โทษข้านี้ไซร้ใหญ่หลวงนัก |
| ข้าจึงกราบทูลแต่ความจริง ทุก ๆ สิ่งแต่องค์พระทรงศักดิ์ |
| พ่อเมืองปัญญาหลักแหลมนัก ชะลอมตักน้ำไว้ได้ง่ายดาย |
| ข้าจึงนำชะลอมของประหลาด มายังฝ่าพระบาทเพื่อทูลถวาย |
| เมืองไทยเขาจักดีเพราะมีนาย เป็นยอดชายชาญฉลาดสามารถนัก |
คลื่นถลาง
| (เนื่อง) คลื่นซัดครั่นครึ้นครืนเครง |
| (สุดจิตต์) ยิ่งฟังวังเวง ดังเพลงกล่อมใจให้เพลิน |
| (เนื่อง) เสียงน้ำเหมือนหนึ่งร้องเชิญ |
| (สุดจิตต์) ให้เราเที่ยวเดิน เลียบเล่นที่ชายหาดทราย |
| (เนื่อง) ความรักจักไม่เคลื่อนคลาย |
| (สุดจิตต์) จวบจนชีพสลาย จะรักแต่น้องนางเดียว |
| (เนื่อง) พบใหม่ก็จะไม่กลับเหลียว จะทิ้งน้องเปลี่ยว ข้านี้คงสิ้นวาสนา |
| (สุดจิตต์) เจ้าอย่านึกแหนงวิญญา พี่มอบชีวา ให้น้องแล้วไม่ขอคืน |
|
|
โชคมนุษย์
| โลกมนุษย์นี้ไม่มีที่แน่นอน ประเดี๋ยวเย็นประเดี๋ยวร้อนช่างแปรผัน |
| โชคหมุนเวียนเปลี่ยนไปได้ทุก ๆ วัน สาระพันหาอะไรไม่ยั่งยืน |
| ชีวิตเหมือนเรือน้อยล่องลอยอยู่ ต้องต่อสู้แรงลมประสมคลื่น |
| ต้องทนทานหวานสู้อมขมสู้กลืน ต้องจำฝืนสู้ภัยไปทุกวัน |
| เป็นการง่ายยิ้มได้ไม่ต้องฝืน เมื่อชีพชื่นเหมือนบรรเลงเพลงสวรรค์ |
| แต่คนที่ควรชมนิยมกัน ต้องใจมั่นยิ้มได้เมื่อภัยมา |
ดวงจันทร์
| (มังราย) | ดวงจันทร์ | งามพักตร์พิศเพียงพระจันทร์ |
| (ดวงจันทร์) | อย่ามาแกล้งยอฉัน | ฉันเป็นดวงจันทร์ที่ถูกเมฆบัง |
| เมื่อเมฆขยาย | จันทร์จะฉายท้องฟ้า | |
| (มังราย) | แต่ไม่ลอยลงมา | พี่ก็ไม่มีหวัง |
| (ดวงจันทร์) | จะหวังอะไร | ที่ในตัวฉัน |
| (มังราย) | พี่รักดวงจันทร์ | อยู่เจียมจะคลั่ง |
| ห่วงการข้างหน้า | พะว้าพะวัง | |
| (ดวงจันทร์) | แล้วยังห่วงหลัง | อยู่ทางเมืองโน้น |
| (มังราย) | ดวงจันทร์ | งามพักตร์พิศเพียงพระจันทร์ |
| (ดวงจันทร์) | อย่ามาแกล้งยอฉัน | ฉันเป็นดวงจันทร์ที่ถูกเมฆบัง |
| เมื่อเมฆขยาย | จันทร์จะฉายท้องฟ้า | |
| (มังราย) | แต่ไม่ลอยลงมา | พี่ก็ได้แต่ฝัน |
| (ดวงจันทร์) | จะฝันอะไร | ในตัวคนยาก |
| (มังราย) | พี่ฝันจะฝาก | ชีพไว้สุพรรณ |
| (ดวงจันทร์) | พอเสร็จการทัพ | คงกลับเขตขัณฑ์ |
| (มังราย) | จะมาหาดวงจันทร์ | ไม่ไปอื่นเลย |
ต้นตระกูลไทย

| ต้นตระกูลไทยใจท่านเหี้ยมหาญ รักษาดินแดนไทยไว้ให้ลูกหลาน |
| สู้จนสูญเสีย แม้ชีวิตของท่าน เพื่อถนอมบ้านเมืองไว้ให้เรา |
| ลุกขึ้นเถิดพี่น้องไทย อย่าให้ชีวิตสูญเปล่า |
| รักชาติยิ่งชีพของเรา เหมือนดังพงศ์เผ่าต้นตระกูลไทย |
| ท่านพระยารามผู้มีความแข็งขัน สู้รบป้องกันมิได้ยอมแพ้พ่าย |
| พระราชมนูทหารสมัยกู้ชาติ แสดงความสามารถ ได้ชัยชนะมากหลาย |
| เจ้าพระยาโกษาเหล็ก ท่านเป็นแม่ทัพชั้นเอก ของสมเด็จพระนารายณ์ |
| สีหราชเดโช ผจญสงครามใหญ่โต ต่อตีสัตรูแพ้พ่าย |
| เจ้าคุณพิชัยดาบหัก ผู้กล้าหาญยิ่งนัก ล้วนเป็นต้นตระกูลไทย |
| หมู่บุคคลสำคัญ หัวหน้าชาวบางระจัน ที่เราหาชื่อได้ |
| นายแท่น นายดอก นายอินนายเมือง ขุนสรรพันเรือง นายทองแสงใหญ่ |
| นายโชติ นายทองเหม็น ท่านเหล่านี้ล้วนเป็น ผู้กล้าหาญชาญชัย |
| นายจันหนวดเขี้ยวกับนายทองแก้ว ทำชื่อเสียงเพริดแพร้ว ไว้ลายเลือดไทย |
| ชาวบางระจัน สำคัญยิ่งใหญ่ เป็นต้นตระกูลของไทย ที่ควรระลึกตลอดกาล |
| องค์พระสุริโยทัย ยอดยิ่งหญิงไทย สละพระองค์เพื่อชาติ |
| ท้าวเทพสตรี ท้าวศรีสุนทร ป้องกันถลางนคร ไว้ด้วยความสามารถ |
| ท้าวสุรนารี ผู้เป็นนักรบสตรี กล้าหาญองอาจ |
| ป้องกันอิสานต้านสัตรูของชาติ ล้วนเป็นสตรีสามารถ ต้นตระกูลของไทย |
ตื่นเถิดชาวไทย
| ตื่นเถิดชาวไทย อย่างหลับไหลลุ่มหลง |
| ชาติจะเรื่องดำรง ก็เพราะเราทั้งหลาย |
| ถ้ามัวหลับมัวหลง เราก็คงละลาย |
| เราต้องเร่งขวนขวาย ตื่นเถิดชาวไทย |
| บ้านเมือง ยามเฟื่องฟุ้งรุ่งเรือง ก็อย่าลืมขวนขวาย |
| เผลอตัวศึกมา เราจะพากันตาย จำไว้เถิดสหาย ตื่นเถิดชาวไทย |
| ชาติไทย เราไม่น้อมยอมใคร จะสู้จนชีพสลาย |
| หวังผดุงแหลมทอง เราพี่น้องหญิงชาย อย่าให้ชาติสูญหาย ตื่นเถิดชาวไทย |
ถิ่นไทย
| ถิ่นของเราต้องถนอมล้อมรั้วบ้าน ศัตรูหาญมาสู่ต้องสู้เขา |
| มิให้ใครแย่งแผ่นดินถิ่นของเรา ใครขืนเข้าเราสู้จนสุดแรง |
| มาพวกเราเตรียมพร้อมยอมสมัคร ถนอมรักชาติไทยอย่าหน่ายแหนง |
| จนถึงเลือดหยาดสุดจะยุทธแย้ง ต้องแสดงใจหาญ ผลาญศัตรู |
| เมื่อสิ้นชาติสิ้นแผ่นดินก็สิ้นคิด เรามายอมเสียชีวิตดีกว่าอยู่ |
| ยอมศูนย์ชาติอย่าเป็นทาสของศัตรู มา มาสู้ไว้ลายชาติไทยเรา |
ทหารของชาติ

| พวกเราชายชาญเหล่าทหารของชาติ องอาจเชื้อนักรบกล้า |
| ตายไหนตายกันไม่ประหวั่นวิญญา เหล่าทหารต้องกล้าศัตรู |
| แม้นผู้ใดไม่เกรงมาข่มเหงดูหมิ่น สู้จนเลือดหมดสิ้น ไม่ให้ใครลบหลู่ |
| เกียรติศักดิ์นักรบไทย ต้องให้เชิดชู เป็นตายต้องสู้สุดลมหายใจ |
| ข้าขอปฎิญาณสาบานตน หากใครมาผจญพลีชีพให้ |
| เลือดเนื้อทุกหยาด เพื่อเอกราชของไทย ขอให้ชาติไทยคงอยู่ |
| ยุคโบราณนานมานามคู่ฟ้าแดนทอง ผยองเกียรติชื่อก้อง ไม่ให้ใครลบหลู่ |
| เกียรติอันดับรับต่อมา รักษาเชิดชู เป็นตายต้องสู้ไม่ยอมเสียไป |
ไทยควรคำนึง
| ชนเชื้อชาวไทยทั่วทั้งแผ่นดิน แหลมทองของเราทั้งสิ้น ท่านควรถวิลใจฟัง |
| แดนทองดินไทยเลือดไทยเคยใหลหลัง วีระชนไทยต่าง สิ้นสูญวายวางเพื่อถิ่นไทย |
| ควรคิดคำนึงให้ซึ้งจิตเรา ครั้งวีรชนคนเก่า ถูกชาติอื่นเขาทำลาย |
| จึงรวมใจกันฝ่าฟันลงทางใต้ รวมเชื้อชนชาวไทย อยู่ในแหลมทองด้วยอกระกำ |
| น่าอนาถชาติไทย เวรหรือกรรมซ้ำให้ ถิ่นทองแดนไทยจนเหลือจำ |
| คิด ๆ ดูซีช่างมีเวรกรรม เราหนีมาต่ำ อยู่ถิ่นไทยงามแสนไกล |
| ยังเขาตามมาจองผลาญพวกเรา ยึดทางหากินเหมือนเก่า สุดจะอับเฉาดวงใจ |
| เชิญมองตาเยือนบ้านเรือนน้อยใหญ่ เป็นของไทยเท่าไหร่ ตึกสวยวิลัยใครเล่าเขาครอง |
| ถนนงามตาเคหาน่าชม ร้านรวงสองทางนั้นข่ม เกียรติไทยขื่นขมตรมทรวง |
| คนไทยใจดีไม่มีใจแหนหวง จนหลายปีเลยล่วง จึงรู้ในทรวงโอ้อกชาติไทย |
| มัวหลงระเริงยุ่งเหยิงต่อกัน เขาปองผลาญเราทุกวัน ก่อเกิดบุตรหลานเรื่อยไป |
| ลงแรงทำกินเพื่อกลืนดินแดนไทย เคยคิดดูหรือไม่ พี่เอยน้องไทยใยไม่เหลียวแล |
| หากจะมัวดูดาย คอยคิดความมักใหญ่ ถิ่นทองแดนไทยคงสูญแน่ |
| สรวลเสกันอยู่ไม่รู้เหลียวแล คงเหลือเพียงแต่ ชื่อไทยแน่เข้าแหลมทอง |
| ทนฝืนดูไปเลือนหายที่กิน ทุกทางเขาจองไว้สิ้น กอบโกยแต่สินเนืองนอง |
| จนรวยตามกันไม่นานเราต้อง มีสายตาแลจ้อง สู่น้ำแล้วตรองแดนสิ้นแล้วไทย |
| ไทยครั้งเก่าถูกชาติอื่นทำลาย จึงฝ่าลงใต้ มาอยู่ในแหลมทองแสนไกล |
| ยังเขาตามมากำทางหากินสิ้น มัวระเริงยุ่งเหยิงต่อกัน ไทยคงสูญแน |
ไทยน้อย
| เมื่อถูกรุกสุดสู้อยู่ไม่ได้ ไทยก็แตกแยกกันไปหลายวิถี |
| ไทยอิสานเลื่อนลงโขงนที ไทยใหญ่หนีร่นมาสู่สาลวิน |
| พวกไทยน้อยพลอยเลื่อนเคลื่อนลงมา อยู่แม่น้ำทั้งห้าทางทักษิณ |
| คือยม น่าน ปิง วัง ตั้งทำกิน พวกไทยกลางยึดถิ่นเจ้าพระยา |
ไทยใหญ่
| ไทยที่ลงมาทางขวานั้นกล้านัก | ยังจงรักเลือดไทยอยู่เต็มที่ |
| พากันเคลื่อนตรงไปได้ทุกที่ | ไทยใหญ่รี่ลงไปหาสาละวิน |
| ตั้งสิบเก้าเจ้าฟ้าอาณาจักร | เข้าปกปักครองที่แถบนั้นสิ้น |
| ขยายเขตต์เพิ่มทวีที่ทำกิน | ออกไปจนถึงถิ่น อิราวดี |
นครเชียงใหม่
| พิงคะนคร สมนามกร นครเชียงใหม่ |
| รุ่งเรืองช้านาน เป็นเมืองโบราณ แต่ยังสดใส |
| มีดอยสูงเด่น เสมือนจะเป็น เครื่องเทอดเกียรติไทย |
| ดอกไม้ก็สวย บ้านเมืองก็งาม สมศักดิ์สมนาม ของลานนาไทย |
| พิงคะนคร สมนามกร นครเชียงใหม่ |
| เขตต์ไทยขยาย พ่อขุนเม็งราย มาสร้างขึ้นไว้ |
| พ่อขุนรามคำแหง ช่วยดัดช่วยแปลง รูปเมืองให้ใหม่ |
| พม่าเข้าครอง ตั้งสองสามครั้ง เชียงใหม่ก็ยัง เป็นเลือดเนื้อไทย |
| พิงคะนคร สมนามกร นครเชียงใหม่ |
| เป็นเมืองศีลธรรม คนดียิ่งล้ำ ไม่แพ้เมืองใด |
| แหล่งวัฒนธรรม มีศิลปกรรม สมเป็นเมืองใหญ่ |
| อันเมืองเชียงใหม่ หัวใจสยาม เรืองชื่อลือนาม มิ่งขวัญของไทย |
นเรศวรมหาราช

| นเรศวร พระมหาวีรราชเจ้าจอมไทย |
| กู้อิสสระภาพ ปราบเสี้ยนหนามไพรี พระต้านต่อตี กู้ศรีอโยธยา |
| พระทรงรบศึก ฮึกไปข้างหน้า พระเผด็จศึกเข็ญเข่นฆ่า ปราบปัจจาทุกที |
| ได้ชื่อว่าเป็น ยอดวีรบุรุษ พระเกียรติเชิงยุทธ เฟื่องสุดปฐพี |
| ห้าวหาญเข้ารุดยุทธหัตถี ยุทธวิธีเป็นที่เฉิดฉันท์ |
| หาญกล้า พระนำทัพไทยรบปัจจา ออกหน้าประจัญ |
| สิ่งใดขวางกั้น รุกรอนเข้าฟอนฟัน บุกเข้าไปข่มขวัญทันใด |
| รบรากล้าตาย พระทรงมุ่งหมายล้างอายให้ไทย |
| แย้งยุทธสุดใจ พระรวมชาติไทยสมไทยสืบมา |
| กอบกู้อิสสระ ยอดวีระชนไทย เชื้อชาติชาวไทย เทอดไว้ด้วยใจศรัทธา |
| ทุกคนสาบานจะหาญและกล้า เหมือนดังมหาวีระจอมไทย |
| ที่เกียรติไกลทรงนามนเรศวรนั้นเทอญ |
ในน้ำมีปลาในนามีข้าว

| ในน้ำมีปลาในนามีข้าว แผ่นดินของเรา นี่แสนอุดมสมบูรณ์ |
| บ้านเมืองราบคาบ ด้วยอานุภาพพ่อขุน รามคำแหงค้ำจุน ให้ชาติไทยไพศาล |
| สร้างทำนาไร่ ทั่วแคว้นแดนไทย เราไถเราหว่าน |
| หมากม่วงหมากขาม พืชผลต่าง ๆ ล้วนงามตระการ |
| สร้างบ้านแปลงเมือง ให้เกียรติไทยลือเลื่อง ไปทั่วทุกถิ่นฐาน |
| จูงวัวไปค้า ขี่ม้าไปขาย ปวงราษฎร์ทั้งหลาย ได้อยู่เป็นสุขสราญ |
บัวงาม

| หญิงไทยเก่งกาจอาจหาญชาญชัย แต่ไหนแต่ไรไทยก็ยอมน้อมนำ |
| แท้จริงหญิงไทยใช่เกียรติต่ำ กลับซ้ำงามล้ำแต่ก่อนกาล |
| หลักการวิชาเกรียงไกร ผู้หญิงชาวไทยสวยวิไลอ่อนหวาน |
| เรียบร้อยในการงาน อีกทั้งการทหาร ก็เชื้อชาญเรืองนาม |
| คำเปรียบเทียบหญิงไทย เป็นดอกไม้บัวงาม |
| ใครว่าหญิงเลวทราม เขาแกล้งประนาม ทั้งเหยียดทั้งหยามความดี |
| ชายเหล็กเพชรยังยอม มาอ่อนน้อมนารี |
| ยอมพ่ายแพ้โดยดี หญิงไทยเรานี้ มีฝีมือลือไกล |
| ศึกมีมาอาสาฝ่าสงคราม ไม่เคยขามเกรงผู้ใด |
| หมิ่นผู้หญิงทำไม เกียรติผู้หญิงเกรียงไกร ใช่จะไร้ซึ่งปัญญา |
| อันเกียรติหญิงชาวไทย ควรเทอดไว้บูชา |
| เป็นที่น้อมนำมา ทั้งปวงประชา ยังผูกใจรักฝักใฝ่ |
| คุณค่าหญิงบันลือ มือหนึ่งถือเปลไกว |
| มือหนึ่งคุ้มแดนไทย ฝีมือหญิงไทยที่กู้เมืองไว้ยังมี |
| ดังได้เห็นกันมา ท้าวสุรนารี |
| ไทยผ่านพ้นไพรี ถึงจนบัดนี้ก็สตรีชาวไทย |
| เกียรติสตรีที่เห็นเด่นและงาม อย่ามาหยามกันต่อไป |
| หมิ่นผู้หญิงทำไม เกียรติผู้หญิงเกรียงไกร เทอดเอาไว้ให้ประชา |
| ยิ่งกว่านั้นความดี ดังกล่าวชี้กันมา |
| เป็นมิ่งมิตรภรรยา ทั้งเป็นมารดา เทอดเกียรติเถิดหนาอย่าหมิ่น |
บ้านเกิดเมืองนอน

| บ้านเมืองเรารุ่งเรืองพร้อมอยู่หมู่เหล่า พวกเราล้วนพงศ์เผ่าศิวิไลซ์ |
| เพราะฉะนั้นควรจะยินดี เปรมปรีดิ์ดีใจเรียกตนว่าไทย แดนดินผืนใหญ่มิใช่ทาษเขา |
| ก่อนนี้มีเขตแดนนับว่ากว้างใหญ่ ได้ไว้พลีเลือดเนื้อแลกเอา |
| รบ รบ รบ ไม่หวั่นใคร มอบความเป็นไทยพวกเรา แต่ครั้งนานกาลเก่า ชาติเราเขาเรียกชาติไทย |
| บ้านเมืองควรประเทืองไว้ดั่งแต่ก่อน แน่นอนเนื้อและเลือดพลีไป |
| เพราะฉะนั้นเราควรเปรมปรีดิ์ มีความภูมิใจแดนดินถิ่นไทย รวบรวมไว้ได้แสนจะยากเข็ญ |
| ยากแค้นเคยกู้แดนไว้อย่างบากบัน ก่อนนั้นเคยแตกฉานซ่านเซ็น |
| แม้กระนั้นยังร่วมใจ รวบรวมชาวไทยให้ร่มเย็น บัดนี้ไทยดีเด่น ร่มเย็นผาสุกเรื่อยมา |
| อยู่กินบนแผ่นดินท้องถิ่นกว้างใหญ่ ชาติไทยนั้นเคยใหญ่ในบูรพา |
| ทุก ๆ เช้าเราดูธงไทย ใจจงปรีดาว่าไทยอยู่มา ด้วยความผาสุกถาวรสดใส |
| บัดนี้ไทยเจริญวิสุทธิ์ผุดผ่อง พี่น้องจงแซ่ร้องชาติไทย |
| รักษาไว้ให้มั่นคง เทอญธงไตรรงค์ให้เด่นไกล ชาติเชื้อเรายิ่งใหญ่ ชาติไทยบ้านเกิดเมืองนอน |
มหาอาณาจักร

| ไทย ๆ ๆ ๆ จงใหญ่ไชโย ไทย ๆ ๆ ๆ จงใหญ่ไชโย |
| เลือดเรารู้จางหรือเป็นอย่างไร มีอยู่แยะไปไกลถิ่นหลวง |
| มาเถิดรวมเขตแว่นแคว้นทั้งปวง ต่างหวงทุกหยาดชาติเชื้อไทย |
| ตื่นมาทั้งหมดรู้อดรู้ทน โยนแหวกทุกคนอื่นออกไป |
| เกิดมารู้เถิดเกิดเป็นไทย กำเนิดไทยเชื้อไทยใหญ่ไชโย |
มังราย
| มังราย ชื่นใจของจันทร์ มาด่วนดับชีวัน ทิ้งจันทร์ไว้แดเดียว |
| สุดที่จะร้องเรียกหา สุดจะคว้าสุดจะเหลียว จันทร์จะอยู่แต่ผู้เดียว แสนจะเปลี่ยวใจนัก |
| มังราย ยอดชายของน้อง หวังภิรมย์สมสอง กลับมาต้องพรากกัน |
| น้องนี้ไร้วาศนา ไม่มีบุญญาที่ได้สร้างสรร ไปคอยน้องบนสวรรค์ จันทร์จะตามไปเอย |
มาร์ชกองทัพบก

| เกิดเป็นชายเชื้อชาติชาญ ทหารบกไทย เก่งกาจใจฉกรรจ์ |
| องอาจฟาดฟันรบรันปัจจา หากศัตรูจู่จะยกมา เข้าอาสาฟันฝ่ารักษาถิ่น |
| เราเกิดเป็นไทยสมใจอาจิน ปราบริปูอยู่บนพื้นดิน จะประหารให้สิ้นพื้นดินไทย |
| ทัพบกปกป้องคุ้มครองชาติไทย จะไม่ยอมหมู่อมิตรใด เลือดและเนื้อพลีให้ยอมถวาย |
| ต่างยอมอุทิศใจกาย ชีวาตม์ต้องมลายยอมตายเพื่อชาติ เรารบจนใจขาดเพื่อชาติของไทย |
| ณรงค์การศึกเกียรติมีบันทึก จารึกประวัติศาสตร์ คุณความดีสามารถ ไพรีแพ้พินาศถอยไป |
| วีรชนสมชื่อ คือบางระจันจำมั่นกันไว้ เราเกิดมารุ่นหลังทุกวัย ไม่ยอมกันง่าย |
| ขอตั้งใจว่าจะปฎิญาณ ร่วมรักษาใจมั่น ใจไม่หวั่นรุกโรม ประจัญโหมที่มั่นทะลาย |
| เราไม่ยอมถอยร่น เรารบจนเลือดหยาดสุดท้าย หากศัตรูมากนักสู้ตาย ฝากลายไว้ให้ |
| เหล่าทหารเป็นสง่าท่าที อยู่เป็นศรีเฟื่องฟูคู่ผไท |
| ปราบเสี้ยนหนามแดนดินจนหมดสิ้นไป ให้ไตรรงค์ของไทยคงอยู่ |
| เกียรติทหารกองทัพบกชาติไทย อยู่ที่ไหนภูมิใจไม่อดสู |
| เกียรติประวัติชี้ไว้ใคร ๆ ย่อมรู้ ทั้งโลกเชิดชูทัพบกชาติไทยไว้แน่ |
ยากเย็น
| ยากเย็นแสนเข็ญใจ ทำงานไม่ไหวเขาก็ตีกระหน่ำ |
| เขาเฆี่ยนเขาฆ่าทรมาน์ ทาระกรรม จนบอบ จนช้ำแสนที่จะทนทาน |
| คนไทยช่างไร้ฝีมือ ไม่มีแล้วหรือชายชาติทหาร |
| ไปอยู่ทางไหน ปล่อยให้เขาราน รุกมาถึงบ้านล้างผลาญผู้คน |
| แพ้พ่ายในครั้งนี้ แต่ชั่วเจ็ดทียังดีเจ็ดหน |
| รอไว้คราวหน้าเรากล้าประจญ ก็คงจะพ้นศัตรู หมู่พาล |
| เทวดาและอารักษ์ จงช่วยปกปักษ์รักษาถิ่นฐาน |
| ให้กู้ได้ฟื้นยั่งยืนอยู่นาน พ้นทรมานจากข้าศึกเอย |
รักชาติ
| ความรักอันใด แม้รักเท่าไหน ก็ไม่ยั่งยืน |
| เช่นรักคู่รัก รักแทบจะกลืน กลับกลายขมขื่น ลืมได้ภายหลัง |
| แต่ความรักชาติ รักแสนพิศวาส รักจนสุดกำลัง |
| ก่อเกิดมานะ ยอมสละชีวัง รักจนกระทั่ง หมดเลือดเนื้อเรา |
| ชีวิตร่างกาย เราไม่เสียดาย ตายแล้วก็เผา |
| ทุกสิ่งย่อมคลาด เว้นแต่ชาติของเรา อย่าให้ใครเข้า เหยียบย่ำทำลาย |
รักเมืองไทย

| สร้อย รักเมืองไทย ชูชาติไทย ทำนุบำรุงให้รุ่งเรือง สมเป็นเมืองของไทย |
| เราชาวไทยเกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย ไม่เคยอ่อนน้อมเราไม่ยอมแพ้ใคร |
| ศัตรูใจกล้ามาแต่ทิศใด ถ้าข่มเหงไทย คงจะได้เห็นดี |
| สร้อย รักเมืองไทย ชูชาติไทย ทำนุบำรุงให้รุ่งเรือง สมเป็นเมืองของไทย |
| เราชาวไทยเกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย เรารักเพื่อนบ้านเราไม่รานรุกใคร |
| แต่รักษาสิทธิ์อิสสระของไทย ใครทำช้ำใจเราจะไม่ถอยเลย |
| สร้อย รักเมืองไทย ชูชาติไทย ท่านบำรุงให้รุ่งเรือง สมเป็นเมืองของไทย |
| เราชาวไทยเกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย ถ้าถูกข่มเหงแล้วไม่เกรงผู้ใด |
| ดังงูตัวนิดมีพิษเหลือใจ เรารักเมืองไทยยิ่งชีพเราเอย |
ราชาเป็นสง่าแห่งแคว้น

| ราชาเป็นสง่าแห่งแคว้น อยู่เป็นขวัญแดน โพธิทองของปวงประชา |
| มิ่งขวัญโพธิทองของชนทั่วหน้า ราษฎร์สุขาก็เพราะพระบารมี |
| ราชาเป็นทั้งมิ่งและขวัญ ข้าอภิวันท์ บังคมหวังชมศักดิ์ศรี |
| พระคืนมาเหล่าปวงประชาภักดี พระปิ่นโมลีอยู่เป็นศรีไผท |
| โอ้ลมฝนบนฟ้ามาแล้ว ร่มโพธิแก้วจะพาพฤกษาสดใส |
| ข้าวรพุทธเจ้าชาวไทย ยกกรให้แก่ไทยราชันย์ |
| เราน้อมเกล้าเกศีถวายภูมี มอบศิระกราน |
| เทอดบังคมภูบาลเอาไว้ เหนือฟ้า |
| โพธิทองของชาวไทย อวยพรชัยให้มหาราชา |
| ช่วยกันเปล่งวาจา ขอทรงพระเจริญไชโย |
เลือดไทย
| เลือดไทยไหลริน ทาแผ่นดินไว้ชื่อ ให้โลกเขาร่ำลือ ว่าเลือดไทยกล้าหาญ |
| เลือดไทยไหลหลั่ง ดุจน้ำเต็มฝั่ง ไหลหลั่งท้องธาร |
| ท่วมแผ่นดินทอง บ้านพี่เมืองน้อง กันทุกถิ่นฐาน |
| เลือดไทยเจ้าเอ๋ย ไหลเลยมานี่ ปรองดองน้องพี่ อย่ามีร้าวราน |
| โลหิตสายเดียว กลมเกลียวกันไว้ อย่าแตกแยกไป เป็นหลายลำธาร |
เลือดสุพรรณ
| เลือดสุพรรณเคยหาญในการศึก เหี้ยมฮึกกล้าสู้ไม่รู้หนี |
| ไม่ครั่นคร้ามขามใจต่อไพรี ผู้ใดมีมีดพร้าคว้ามารบ |
| (สร้อย) มาด้วยกัน มาด้วยกัน เลือดสุพรรณเอ๋ย เลือดสุพรรณเข้าประจัญ อย่าได้พรั่นเลย |
| อยู่ไม่สุขเขามารุกแดนตระหน่ำ ให้ชอกช้ำแสนอนาถชาติไทยเอ๋ย |
| เขาเฆี่ยนฆ่าเพราะว่าเห็นเป็นเชลย จะนิ่งเฉยอยู่ทำไมพวกไทยเรา |
|
|
| อันเมืองไทยเป็นของไทยใช่ของอื่น มาต่อสู้กู้คืนเถอะเราเอ๋ย |
| ถึงตัวตายอย่าเสียดายชีวิตเลย มาเถอะเหวยพวกเรามากล้าประจญ |
|
|
ศึกถลาง
| ศึกถลาง ปางศัตรูมาย่ำ |
| ด้วยกำลังทางน้ำ ไทยยังไม่แน่นหนา |
| ศึกถลางปางนี้ไทยต้องทำ กำลังรบทางน้ำต้องรีบหา |
| เมื่อศัตรูเหี้ยมฮึกศึกมีมา ถึงไทยกล้าขาดอาวุธก็สุดกัน |
| เขตต์สยามทางทะเลยาวไม่น้อย ต้องมีเรือรบคอยเป็นรั้วกั้น |
| หากมัวรออยู่บนฝั่งตั้งประจัน คงตายก่อนไม่ทันได้รบเลย |
| เมื่อนาวีข้าศึกมาโจมจู่ ต้องมีเรือออกไปสู้ไม่อยู่เฉย |
| พวกชาวไทยอย่าได้ไว้ใจเลย เรานี้เคยถูกเจ็บจึงต้องจำ |
สู้อมิตร
| อันหมู่อมิตร ที่คิดประทุษฐ์ |
| เราต้องยงยุทธ์ จนสิ้นชีวิต |
| รื่นเริงกันเถอะเหวย รื่นเริงกันเถอะวา |
| ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว |
| ทำมาหากิน แผ่นดินของเรา |
| ใครแบ่งแย่งเอา เราต้องสู้มัน |
| อันหมู่อมิตร ที่คิดประทุษฐ์ |
| เราต้องยงยุทธ จนสิ้นชีวิต |
| รื่นเริงกันเถอะเหวย รื่นเริงกันเถอะ หวา |
| ทำไร่ไถนา หาเช้ากินค่ำ |
| ถึงแม้จนยาก ลำบากตรากตรำ |
| ก็ร้องก็รำ กันให้สนุกเอย |
เสียงระฆัง
| เมื่อมีเสียงระฆัง ที่แขวนนอกวัง เคาะดังขึ้นมา |
| พ่อขุนก็โปรด ไม่ทรงถือโทษ เรียกเข้าไปหา |
| มีคดีคำร้องผิดพ้องหมองใจ ทุกข์ร้อนอย่างไรก็ทรงแก้ปัญหา |
| เป็นพระคุณอุ่นใจ ของชาวไร่ชาวนา เกษมสำราญทั่วหน้า เขตแคว้นสุโขทัย |
| โอ้องค์พ่อขุนราม ผู้เลื่องชื่อลือพระนาม ว่าเป็นพระยอดกษัตริย์ไทย |
| ทรงผดุงรุ่งเรือง เขตแคว้นประเทือง สร้างบ้านแปลงเมือง ให้แก่ไทยทั้งหลาย |
| ขอยกพระคุณขึ้นเทอดทูนไว้ ประชาชาวไทย จะรักพระองค์ตลอดกาล |
| ชาติไทยผองไทยจะใฝ่ใจรู้คุณ ผู้เมตตาการุญ ค้ำชูชาติเสมอมา |
| ก่อความดีงามสร้างความก้าวหน้า ช่วยทุกข์ประชาทั่วแคว้นแดนไทย |
แสงทินกร
| จวนค่ำยามเย็น พี่เคยได้เห็น ทินกรส่องแสง |
| พี่คอยตั้งตา นั่งดูขอบฟ้า เหมือนทาชาดแดง |
| ลมโชยบุบผา หอมผกากลิ่นแรง |
| ธรรมชาติ จำแลง โลกเรารื่นรมย์ |
| งามสายสุดสวาท ทั้งงามธรรมชาติ เข้ามาประสม |
| แสงแดดแผดส่อง ผิวนวลหน้าน้อง เรียกร้องพี่ชม |
| แต่พี่ต้องฝืน หน้าชื่นอกตรม |
| เมื่อไรจะสม ความหวังตั้งใจ |
แหล่งไทย
| (สร้อย) กรุงสยามสำแดงแหล่งไทย พี่น้องห่างไกล พร้อมใจเป็นมิตรไมตรี |
| กรุงสยามสำแดงแหล่งเสรี ว่าไทยมีความเป็นไทยใช่ทาสเขา |
| เมื่อชาติไทยลงมาในสยามเรา ก็หวังเอาความเป็นไทยไว้ในมือ |
| ส่วนพวกไทยที่กระจายอยู่ต่างถิ่น ต่างจะยินดีรับยอมนับถือ |
| ไทยสยามรุ่งเรืองจนเลื่องลือ สยามคือพี่ชายไทยทั้งมวล |
แหลมทอง
| (สร้อย) แหลมทองไทยเข้าครองเป็นแดนไทย รักกันไว้เราก็ไทยในแดนทอง |
| แหลมทองไทยเข้าครองเป็นแดนไทย แล้วย้ายแยกแตกไปเป็นสาขา |
| ไทยสยามอยู่แม่น้ำเจ้าพระยา และปิง วัง ยมนา น่าน นที |
|
|
| โขงสาครไทยเข้าจองครองที่กิน สาลวินไทยใหญ่อยู่เป็นที่ |
| ไทยอิสลามอยู่แม่น้ำตานี ต่อลงไปไทยก็มีอยู่เหมือนกัน |
|
|
| ขอพวกเราชาวไทยของแดนทอง หมายใจปองผูกรักสมัครมั่น |
| ไทยสยามมุ่งจิตต์คิดสัมพันธ์ ผูกไมตรีทั่วกันในแหลมทอง |
อธิษฐาน
| อธิษฐานเอย สองมือจับพาน ประดับพวงบุปผชาติ |
| ขอกุศลผลบุญ จงมีแก่ผู้ทำคุณ ประโยชน์ไว้ในชาติ |
| อย่ามีการคิดร้าย มุ่งทำลายชาติไทย ขอให้ทุกคนสนใจ ห่วงใยประเทศชาติ |
| ให้ไทยเรานี้ มีความสามารถ ช่วยตัวช่วยชาติ ทำให้ไทยเป็นเมืองทอง |
| อธิษฐานเอย สองมือจับพาน ประดับพวงผกากรอง |
| ขอไทยรักไทย ร่วมชีวิตจิตใจ ถือไทยเป็นพี่น้อง |
| อย่ามีการยุแยก อย่าทำให้แตกร้าวฉาน ขอให้ช่วยกันสมาน เพื่อนไทยทั้งผอง |
| ร่วมสามัคคี เหมือนพี่และน้อง กลมเกลียวเกี่ยวข้อง รักกันทั่วทุกคน |
อยุธยาเมืองเก่า

| อยุธยาเมืองเก่าของเราแต่ก่อน จิตใจอาวรณ์มาเล่ากันสู่กันฟัง |
| อยุธยาแต่ก่อนนี้ยัง เป็นดังเมืองทองของพี่น้องเผ่าพงศ์ไทย |
| เดียวนี้ซิเป็นเมืองเก่า ไทยเราแสนเศร้าถูกข้าศึกรุกราน |
| ชาวไทยทุกคนหัวใจร้าวราน ข้าศึกเผาผลาญแหลกลาญวอดวาย |
| ชาวไทยทุกคนดูแล้วเศร้าใจ อนุสรณ์เตือนให้ชาวไทยจงมั่น |
| สมัครสมานร่วมใจกันสามัคคี คงจะไม่มีใครกล้าราวีชาติไทย |
| | หน้าแรก | ย้อนกลับ | หน้าต่อไป | บน | |