ข้อมูลไข้หวัดหมู ไข้หวัดเม็กซิโก

  • โรคไข้หวัดหมู ที่มีการระบาดใหญ่ในประเทศเม็กซิโกในขณะนี้ (เม.ย. ๒๕๕๒) ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส ชนิด H1N1 ซึ่งเคยเกิดการระบาดในอดีตที่เรียกว่า ไข้หวัดสเปน ในปี ค.ศ.๑๙๑๘ ทำให้มีผู้ป่วยเสียชีวิตถึง ๕๐ ล้านคน แต่เชื้อไวรัสที่ระบาดในครั้งนี้ มีลักษณะของสารพันธุกรรม (Genetic materials) ที่แตกต่างจากที่เคยพบ โดยประกอบด้วยสายพันธุกรรมที่พบในเชื้อไวรัสไข้หวัดหมู ที่พบในทวีบอเมริกา และยูเรเซีย เชื้อไข้หวัดนก และเชื้อไข้หวัดในคน จึงทำให้มีความรุนแรงและการดำเนินของโรคที่แตกต่างจากเชื้อไข้หวัดทั่วไป
              เชื้อไวรัสไข้หวัดหมู ระบาดติดต่อในประชากรช่วงวัยทำงานอายุระหว่าง ๒๕ – ๔๔ ปี โดยผู้ป่วยจะมาด้วยอาการคล้ายไข้หวัด ไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล ปวดเมื่อยตามตัว ปวดเบ้าตา และอาจมีอาการคลื่นไส้/อาเจียน ท้องเสียร่วมด้วย การดำเนินของโรคจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วภายใน ๕ วัน ทำให้ระบบหายใจล้มเหลวและเสียชีวิตในที่สุด
              การระบาดเริ่มต้นตั้งแต่ปลายเดือน มีนาคม ๒๕๕๒ ในกรุงเม็กซิโกซิตี้ และพื้นที่ติดต่อชายแดนประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่วันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๕๒ จนถึงปัจจุบัน (๒๗ เมษายน ๒๕๕๒) มีผู้ป่วยประมาณ ๑๔๐๐ ราย และเสียชีวิตแล้ว ๘๖ ราย คิดเป็นอัตราการตายประมาณ ร้อยละ ๖ – ๑๒ แล้วแต่พื้นที่การติดเชื้อ นอกจากนี้ยังมีการแพร่กระจายของผู้ป่วยติดเชื้อไปทั่วทวีปอเมริกาเหนือ โดยมี ๕ รัฐทั่วสหรัฐพบผู้ป่วย ๒๐ ราย นิวยอร์ก ๘, แคลลิฟอร์เนีย ๗, เท็กซัส ๒, แคนซัส ๒ ประเทศแคนนาดา ๖ ราย และมีอีกหลายประเทศที่มีผู้ป่วยด้วยไข้หวัด แต่มีประวัติเดินทางมาจากประเทศเม็กซิโก คือ ประเทศนิวซีแลนด์ อิสราเอล สเปน ฮ่องกง ไต้หวัน และจีน ซึ่งได้ดูแลรักษาตัวผู้ป่วยเหล่านี้ไว้แล้ว
              ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ด็อกเตอร์ มากาเร็ต ชัน ได้ประกาศให้การระบาดของไข้หวัดหมูเป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข ที่ทุกประเทศในองค์การสหประชาชาติต้องให้ความร่วมมือในการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเต็มที่ โดยเน้นที่ผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายไข้หวัดและมีอาการทางปอดร่วมด้วย
              ในประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขได้ติดตามการระบาดในครั้งนี้อย่างใกล้ชิด และได้ประชุมเตรียมการป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดตามแผนการป้องกันการระบาดของไข้หวัดนก และได้ประเมินว่าถ้ามีการระบาดในประเทศไทยไว้สองระดับ ระดับรุนแรงน้อยมีอัตราการติดเชื้อต่ำ ร้อยละ ๑๐ จะมีผู้ป่วยอย่างน้อย ๖,๕๐๐,๐๐๐ คน และมีผู้เสียชีวิตประมาณ ๖๕,๐๐๐ คน แต่ถ้ามีการระบาดที่รุนแรงจะทำให้มีผูเสียชีวิตถึง ๒๖๐,๐๐๐ คนและมีผู้ป่วยเป็นจำนวนมากถึง ๒๖,๐๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งจะทำให้การบริการทางการแพทย์และระบบสาธารณสุขของประเทศเกิดความเสียหายได้
              ดังนั้นการเตรียมการป้องกันจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนเนื่องจากเชื้อไวรัสนี้มีการดื้อยาต่อยาต้านไวรัสบางตัวแล้ว แต่ยังสามารถใช้ยาโอเซลทามิเวียร์หรือทามิฟลูได้ ซึ่งเป็นยาที่มีเตรียมไว้ใช้ในกรณีการระบาดของไข้หวัดนก นอกจากนั้นวัคซีนที่ใช้ป้องกันไข้หวัดใหญ่ ไม่สามารถป้องกันครอบคลุมไข้หวัดหมูนี้ได้ และยิ่งกว่านั้นสามารถพิสูจน์ได้แล้วว่าการติดต่อจากคนสู่คนเกิดขึ้นได้จากการแพร่กระจายเชื้อทางอากาศ จึงทำให้เชื้อไวรัสหมูมีอันตรายอย่างมาก จากการติดต่อได้อย่างง่ายดายและมีอัตราการตายสูง
              การเตรียมการของกระทรวงกลาโหมในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไข้หวัดหมู จะดำเนินการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขในการควบคุมป้องกัน โดยจัดเตรียมโรงพยาบาลสนามเพื่อรองรับผู้ป่วยจำนวนมาก และการควบคุมประชาชนเพื่อการกักกันโรค ดังนั้นกำลังพลทหารจำเป็นต้องรู้เรื่องโรคไข้หวัดหมูและวิธีป้องกันการติดต่ออย่างดียิ่ง
              การป้องกันการติดต่อวิธีที่ดีที่สุดคือการล้างมือ ไอ จามต้องใช้กระดาษปิดปาก และหยุดการแพร่กระจายโรคดดยไม่จำเป็น ถ้ารู้สึกไม่สบายคล้ายเป็นไข้หวัด ให้หยุดพักผ่อนอยู่ที่บ้าน ไม่ไปอยู่ในที่ชุมชนหนาแน่น เช่น โรงเรียน หน่วยทหาร ที่ทำงาน ร้านค้า เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อ และรีบไปพบแพทย์โดยใช้ผ้าปิดปากเพื่อป้องกันมิให้เชื้อแพร่กระจายในอากาศ