ประวัติโรงงานเภสัชกรรมทหาร
ในช่วงเวลาสงครามโลกครั้งที่ ๒ ระหว่างปี พ.ศ.๒๔๘๔-๒๔๘๘ ประเทศไทยได้ประสบปัญหาการขาดแคลนยาและเวชภัณฑ์จากวิกฤติการณ์ในครั้งนั้น เป็นผลให้ทางราชการมีนโยบายให้หน่วยแพทย์ของสามเหล่าทัพดำเนินการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยให้ทุกเหล่าทัพผลิตยาขึ้นใช้ภายในหน่วยของตนเอง เมื่อสงครามโลกครั้งที่ ๒ สิ้นสุดลง กองทัพไทยได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกา โดยจัดส่งที่ปรึกษาฝ่ายการแพทย์มาประจำหน่วยแพทย์ทั้ง ๓ เหล่าทัพ ที่ปรึกษาประจำกรมแพทย์ทหารบกคือ พันโท ปอล เอฟ ออสติน ซึ่งเป็นเภสัชกร ได้เสนอแนะกระทรวงกลาโหม ให้ผลิตยาและการจัดหายารวมทั้งเวชภัณฑ์ของเหล่าทัพไว้ด้วยกัน เพื่อให้การผลิตยาของกองทัพมีประสิทธิภาพและเป็นการประหยัด โดยเสนอแนะให้จัดตั้งหน่วยสิ่งอุปกรณ์การแพทย์และผลิตภัณฑ์ร่วม ( Joint Medical Supply and Pharmaceutical Manufacturing Agency) กระทรวงกลาโหมได้เห็นพ้องกับข้อเสนอแนะของจั้สแม็ก ได้ออกคำสั่งกระทรวงกลาโหม (เฉพาะ) ที่ ๑๓/๕๑๖๒ ลง ๗ มี.ค. ๒๕๐๓ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการพิจรณาการซื้อและผลิตยาของกองทัพไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อให้การซื้อและผลิตยาของกองทัพไทยได้ดำเนินไปโดยรัดกุม เหมาะสม ประหยัดและมีประสิทธ์ภาพยิ่งขึ้น
ในปี พ.ศ.๒๕๐๔ ที่ประชุมสภากลาโหมได้อนุมัติให้จัดตั้งโรงงานเภสัชกรรมทหาร ตามคำสั่ง กห.(เฉพาะ) ที่ ๓๖/๖๗๔๑ ลง ๕ เม.ย. ๐๔ เรื่อง แก้อัตราเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมให้เป็นหน่วยขึ้นตรงของกรมการอุตสาหกรรมทหารสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และให้เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๔ เป็นต้นมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความชำนาญให้กับบุคลากรในยามปกติและให้เป็นคลังสำรองระดมยาและเวชภัณฑ์ยามฉุกเฉิน แต่ในระยะแรกยังไม่สามารถดำเนินการผลิตยาได้ทันที เพราะมีความจำเป็นเกี่ยวกับการสร้างอาคารการโอน กำลังพลและเครื่องจักรมาจากสามเหล่าทัพ
พ.ศ.๒๕๐๖ ได้ประกอบพิธีเปิด " โรงงานเภสัชกรรมทหาร " ขึ้นเมื่อวันที่ ๒๓ ส.ค. ๒๕๐๖ และได้เริ่มผลิตยาบางรายการ โดยใช้เงินทุนหมุนเวียนจากกระทรวงการคลัง ในวงเงินครั้งแรก ๕๖๐,๐๐๐.- บาท เพื่อใช้ในการจัดหายาสนองความต้องการของเหล่าทัพ และได้ใช้เงินรายได้สมทบเป็นทุนหมุนเวียนสำหรับปีถัดไป ต่อมาในปี ๒๕๐๙ ได้รับอนุมัติจากกระทรวงการคลังเพิ่มเติมเป็นวงเงินรวม ๑,๐๐๐,๐๐๐.- บาท จนถึงปัจจุบันมีเงินทุนหมุนเวียนเป็นเงินทั้งสิ้น ๙๖.๒๖ ล้านบาท การใช้จ่ายเงินทุนหมุนเวียนในแต่ละปี จะต้องจัดทำประมาณการรายจ่ายเป็นรายปีเสนอขออนุมัติจากกระทรวงการคลัง เมื่อได้รับอนุมัติแล้วจึงดำเนินการต่อไปได้
พ.ศ.๒๕๐๙ โรงงานเภสัชกรรมทหาร สามารถผลิตยาและเวชภัณฑ์แผนปัจจุบันได้ครบทุกประเภท ได้แก่ ยาเม็ด, ยาแคปซูล, ยาน้ำ, ขี้ผึ้ง, ยาฉีด, ยาพาเรนเตอรัลและวัคซีน
พ.ศ.๒๕๒๙ กระทรวงกลาโหมได้มีคำสั่ง กห. (เฉพาะ) ที่ ๑๑๔/๒๕๒๙ ลง ๕ ก.ค. ๒๙ เรื่อง ให้โอนโรงงานเภสัชกรรมทหารไปเป็นส่วนราชการขึ้นตรงศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า กรมแพทย์ทหารบก
พ.ศ.๒๕๓๑ กระทรวงกลาโหม ได้มีคำสั่ง กห. (เฉพาะ) ที่ ๔๕/๓๑ ลง ๕ เม.ย. ๓๑ เรื่อง แก้อัตรากองทัพบกที่ ๒๕๐๖ ให้ โรงงานเภสัชกรรมทหาร เป็นหน่วยขึ้นตรงต่อกรมแพทย์ทหารบก
พ.ศ.๒๕๓๗ ให้โอน โรงงานเภสัชกรรมทหาร ไปเป็นส่วนราชการขึ้นตรงต่อศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมตามคำสั่ง กห. เฉพาะที่ ๒๐๘/๓๗ ลง ๓๑ ต.ค. ๓๗ ทั้งนี้ตั้งแต่ ๒ ต.ค.๓๗ เป็นต้นไป
|