 |
|
สรุปโครงการงานวิจัยต่างๆ ของ รภท.ศอพท.
|
|
|
โครงการวิจัยที่ผ่านมา |
|
1.
โครงการวิจัยการพัฒนาสูตรตำรับยาเม็ดอาร์ทีซูเนทและเมโฟควินแบบสูตรยาเดี่ยว (ระยะเวลา 2 ปี คือ 2547-2548 รับทุนจาก สวพ.กห.
โดยมีผู้ร่วมวิจัยและที่ปรึกษาจากคณะเภสัชศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหิดล) จุดมุ่งหมายของโครงการฯ -เพื่อพัฒนาสูตรตำรับยาเม็ดต้านมาลาเรียของรภท.ศอพท.ชนิดสูตรเดี่ยวที่มีตัวยาอาร์ทีซูเนทและเมโฟลควินให้มี
มาตรฐานตามเภสัชตำรับและมีความคงตัวที่ดี -
เพื่อพัฒนามาตรฐานยาที่ผลิตให้มีความสมมูลทางเภสัชกรรม
เท่าเทียมกับผลิตภัณฑ์ยาต้นแบบ Mephaquin (Mefloquine) ราคา เม็ดละ 20-24 บาทPlasmotrim(Artesunate) เม็ดละ 10-13
บาท ความเป็นประโยชน์ของผลการวิจัยฯ -
ปรากฏว่าได้ยาเม็ดที่มีประสิทธิภาพดีทัดเทียมกับผลิตภัณฑ์ยาต้นแบบในราคาย่อมเยาและสามารถลดค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยได้ถึง
30-40 % ต่อครั้งของการใช้ยา - รภท.ศอพท.
สามารถผลิตยาที่มีประสิทธิภาพเท่าเทียมกับยาต้นแบบในราคาที่ถูกกว่า
และเป็นประโยชน์กับ กห. และประชาชนที่มีโอกาสเลือกใช้ยาของ รภท.ฯ
ที่มีราคาถูกกว่าแต่มีประสิทธิภาพในการรักษาเท่าเทียมกับยาจากต่างประเทศสามารถประหยัดเงินตราที่ออกนอกประเทศและสามารถพึ่งตัวเองในด้านยา
2. โครงการวิจัย
ครีมและโลชั่นสมุนไพรแก้ฝ้าและจุดด่างดำบนใบหน้า (โครงการระยะเวลาประมาณ
6 เดือน ปีงบประมาณ 2547 โดยมีผู้ร่วมวิจัยเป็นนักศึกษาเภสัชปีที่ 5
จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
และใช้ทุนสนับสนุนจากมูลนิธิกิตติขจรเภสัชเวทย์) จุดมุ่งหมายของโครงการฯ -
เพื่อพัฒนาสูตรตำรับครีมและโลชั่นสมุนไพรสำหรับลบรอยฝ้าและจุดด่างดำบนใบหน้าที่มีประสิทธิภาพ -
เพื่อนำสมุนไพรที่ปลูกในประเทศไทยมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับสินค้าภายในประเทศ ความเป็นประโยชน์ของผลการวิจัยฯ -
ปรากฏว่าจากการคัดเลือกสูตรตำรับที่ดี 3 สูตร เมื่อนำมาทดลองใช้กับอาสาสมัคร
ปรากฏว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ
ซึ่งจะนำมาเป็นสูตรเป็นตำรับเพื่อผลิตจำหน่ายในโอกาสต่อไป - รภท.ศอพท.
สามารถนำผลงานวิจัยมาผลิตเป็นเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสมุนไพรที่ปลูกในประเทศออกจำหน่ายในท้อง
ตลาดเป็นประโยชน์กับ กห.
และประชาชนในการสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรเป็นการลดการนำเข้าและส่งเสริมให้ประชาชนใช้เครื่องสำอางที่ผลิตในประเทศ
3. โครงการการวิจัยและพัฒนาตำรับฟิล์มไคโตซานรักษาแผลบนผิวหนังโดยผสมสารสกัดจากขมิ้นชัน (ตอนที่1) (โครงการระยะเวลา
1 ปี เป็นโครงการย่อยในโครงการบูรณาการด้านสมุนไพร ปี 2547
โดยมีผู้ร่วมวิจัยเป็นคณะอาจารย์ของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
และรับทุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ)
จุดมุ่งหมายของโครงการฯ -
ส่งเสริมและพัฒนาการใช้สมุนไพร(ขมิ้นชัน)
ให้อยู่ในรูปเภสัชภัณฑ์ที่ทันสมัย(ฟิล์มปิดแผล),
มีประสิทธิภาพ(ยับยั้งการเจริญเติบโต ของเชื้อและลดการอักเสบ)
และมีราคาถูก(สามารถทำการผลิตโดยโรงงานผลิตยาในประเทศและใช้วัสดุภายในประเทศทั้งหมด) -
ทดแทนการนำเข้าวัตถุดิบ (สารพวกโพลีเมอร์อื่นๆที่มีคุณสมบัติคล้ายไคโตซาน),
ตัวยา(ยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อลดการอักเสบต่างๆ)
และยาสำเร็จรูปจากต่างประเทศ -
นำสารเหลือใช้จากอุตสาหกรรมอาหารทะเลแช่แข็ง(เปลือกกุ้ง
และแกนปลาหมึกที่ถูกแยกเนื้อออกไปแล้วใช้ผลิตไคโตซานคุณภาพสูง)
มาใช้เป็นประโยชน์อย่างคุ้มค่าแทนการทิ้งเป็นขยะ
ความเป็นประโยชน์ของผลการวิจัยฯ -
ได้สูตรตำรับฟิล์มปิดแผลบนผิวหนังจากสมุนไพรรูปแบบใหม่ที่มีคุณภาพดี
มีประสิทธิภาพในการรักษา ใช้ได้ง่ายและมีราคาถูก ลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล
เมื่อผ่านการศึกษาวิจัยทางคลินิกกับอาสาสมัครได้ผลดีแล้ว รภท.ฯ
สามารถนำมาผลิตเพื่อออกจำหน่ายให้แก่เหล่าทัพและประชาชน
4. โครงการ
การศึกษาวิธีสกัดสารสำคัญจากฟ้าทะลายโจร (โครงการระยะเวลาประมาณ 6
เดือน ปีงบประมาณ 2546 ใช้งบประมาณเป็นค่าวัตถุดิบด้วยเงินทุนหมุนเวียน
ดำเนินการโดยความร่วมมือของ คณะแพทย์แผนตะวันออก
มหาวิทยาลัยรังสิต) จุดมุ่งหมายของโครงการฯ -
เพื่อพัฒนาวิธีการสกัดสารสำคัญที่เป็นสารออกฤทธิ์จากฟ้าทะลายโจรอย่างมีประสิทธิภาพและนำสารสกัดมาผลิตเป็นยาจากสมุนไพรชนิดเข้มข้น
เป็นการลดขนาดการใช้รูปแบบยาสมุนไพรเดิม ความเป็นประโยชน์ของผลการวิจัยฯ -
ได้วิธีการสกัดฟ้าทะลายโจรที่มีคุณภาพและทำให้ รภท.ฯ
นำผลงานวิจัยมาผลิตเป็นฟ้าทะลายโจรสกัดและลดขนาดการรับประทานในแต่ละมื้อลงไปจากเดิม
ผู้รับยาสะดวกในการใช้ยาสมุนไพรมากขึ้น
5.
โครงการ การศึกษาวิธีการทำแกรนูลขมิ้นชันสกัดด้วยวิธีพ่นแห้ง (spray
dry) (โครงการระยะเวลาประมาณ 6 เดือน ปีงบประมาณ 2547
ใช้งบประมาณเป็นค่าวัตถุดิบด้วยเงินทุนหมุนเวียนดำเนินการโดยความร่วมมือของหน่วยทหารพัฒนา
บก.สูงสุด และบริษัทขาวละออเภสัช) จุดมุ่งหมายของโครงการ -
เพื่อพัฒนาวิธีการทำแกรนูลขมิ้นชันสกัดอย่างมีคุณภาพและมีความคงสภาพดี
และนำใช้เป็นวิธีการผลิตเป็นยาแคปซูลขมิ้นชันสกัดชนิดเข้มข้น
เป็นการลดขนาดการใช้จากวิธีการเดิม ความเป็นประโยชน์ของผลการวิจัยฯ
-
สนับสนุนการปลูกพืชสมุนไพร(ขมิ้น)ที่ได้รับการส่งเสริมการเกษตรโดยหน่วยทหารพัฒนา
บก. สูงสุด - ได้วิธีการทำแกรนูลขมิ้นชันสกัดที่มีคุณภาพ และรภท.ฯ
สามารถนำผลงานวิจัยมาผลิตเป็นแคปซูลขมิ้นชันสกัด
และลดขนาดการรับประทานในแต่ละมื้อลงไปจากเดิมได้ แต่เนื่องจากต้นทุนการผลิตสูง
เพราะต้องใช้เครื่องมือ spray dryer
จึงเป็นการศึกษาเพื่อเป็นแนวทางในโอกาสต่อไป
|
|
|
โครงการวิจัยที่กำลังดำเนินการ |
1. โครงการและพัฒนาผลิตภัณฑ์กำจัดเห็บ หมัด
และต้านการอักเสบในสัตว์เลี้ยงจากน้ำมันไพล
(เป็นโครงการย่อยระยะเวลา 1 ปี ของโครงการใหญ่ระยะเวลา 3 ปี
โดยใช้งบประมาณ 2549-2551 ของ วว.)โดยบุคลากรของ รภท.ฯ
เข้าเป็นนักวิจัยร่วมในโครงการของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
(วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์ รภท.ฯ รับผิดชอบการพัฒนาสูตรตำรับแชมพูผสมน้ำมันไพล
นับเป็นโครงการความร่วมมือของหน่วยราชการของ กระทรวงกลาโหม กับ
กระทรวงวิทยาศาสตร์โครงการหนึ่ง
2. โครงการ
การศึกษาสมุนไพรไทยที่ใช้ในการกำจัดเห็บ (เป็นโครงการระยะเวลา 2
ปี ของ กส.ทบ. โดยใช้งบประมาณ 2549-2550 ของ สวพ.กห.) โดยบุคลากรของ รภท.ฯ
เข้าเป็นนักวิจัยร่วมในโครงการของกรมการสัตว์ทหารบก
รับผิดชอบการสกัดสารจากสมุนไพร ชนิดต่างๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย พืชสมุนไพร 10
ชนิด ที่ใช้ได้แก่ สะเดาบ้าน, หนอนตายหยาก, เสม็ดขาว, โล่ติ๊นหรือหางไหล,
ยาสูบ, บอระเพ็ด, กานพลู, ขมิ้นชัน, มะขาม และกระเทียม
นับเป็นโครงการความร่วมมือของหน่วยราชการภายใน กห. โครงการหนึ่ง
3. โครงการ
การวิจัยและพัฒนาสารสกัดจากผักเพื่อทำเป็นผลิตภัณฑ์ช่วยให้ผิวขาวขึ้น
(โครงการระยะเวลา 6 เดือน ปีงบประมาณ 2549
โดยมีผู้ร่วมวิจัยเป็นนักศึกษาเภสัชปีที่ 5 ม.ศรีนครินทร์วิโรฒ
และใช้ทุนสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมการวิจัยระดับอุดมศึกษา)
(IRPUS) อยู่ระหว่างการเตรียมสารสกัดจากผักชนิดต่างๆ และทดลองตั้ง สูตรตำรับต่างๆ
โดยทำในรูปกระดาษใช้เช็ดหน้า
4. โครงการ
การวิจัยและพัฒนาตำรับฟิล์มไคโตซานรักษาแผลบนผิวหนังโดยผสมสารสกัดจากขมิ้นชัน (ตอนที่
2) : การศึกษาวิจัยทางคลินิก Phase I & II (โครงการต่อเนื่องจากปี 2547
ระยะเวลา 1 ปี เป็นโครงการย่อยในโครงการบูรณาการด้านสมุนไพร ปี 2548
โดยมีผู้ร่วมวิจัยเป็น คณะอาจารย์ของคณะแพทย์ รพ.รร.6 และรับทุนจาก
วช.) มีคณะศัลยแพทย์ รพ.พระมงกุฎเกล้าเป็นผู้ร่วมวิจัย เพื่อทดสอบความปลอดภัย,
ปราศจากสารพิษ, และผลการรักษาของ เภสัชภัณฑ์ กับอาสาสมัครในโรงพยาบาลทหาร
และเป็นการส่งเสริมการใช้ยาจากสมุนไพรในโรงพยาบาลของรัฐ
5.
โครงการวิจัยและพัฒนาตำรับแผ่นปิดแผลห้ามเลือดจากไคโตซาน (โครงการระยะเวลา
1 ปี งบประมาณปี 2549 จาก สวพ.กห.) มีผู้ร่วมวิจัยเป็นคณะศัลยแพทย์
รพ.พระมงกุฎเกล้า, อาจารย์ จากจุฬาฯ และ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ นักวิชาการจาก
วว. (กระทรวงวิทยาศาสตร์)
เพื่อทำการวิจัยและพัฒนาเวชภัณฑ์ใช้ปิดแผลห้ามเลือดสำหรับทหารหรือประชาชน
เพื่อสนับสนุนภารกิจของ กระทรวงกลาโหม
เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการใช้เภสัชภัณฑ์รูปแบบใหม่ซึ่งใช้ในกรณีฉุกเฉินที่มีความทันสมัย,
มีประสิทธิภาพ และมีราคาถูก โดยใช้วัตถุดิบภายในประเทศทั้งหมด
โรงงานเภสัชกรรมทหารหรือโรงงานผลิตยาทั่วไป
สามารถผลิตในระดับอุตสาหกรรมเพื่อสนับสนุนกระทรวงกลาโหม หรือ
จำหน่ายในตลาดภายในประเทศและต่างประเทศได้ |
|
|
โครงการที่จะดำเนินการในอนาคต |
โครงการ
"การพัฒนาสูตรตำรับและการทดสอบชีวสมมูลของยาชื่อสามัญ
เพื่อสนับสนุนการผลิตในประเทศไทย" เป็นโครงการระดับชาติของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่ง
ชาติ (วช.) ที่จะดำเนินโครงการร่วมกับหน่วยผลิตยาของรัฐและเอกชนภายในประเทศ
ในการพัฒนาการผลิตยาที่มีความจำเป็น หรือยาที่พ้นสิทธิบัตร
อย่างมีคุณภาพทัดเทียมกับยาต้นแบบของต่างประเทศ
เพื่อสนับสนุนการผลิตยาภายในประเทศ โดยที่ รภท.ฯ
ได้เสนอชื่อยาสามัญที่สนใจจะทำการผลิตส่ง ให้แผนงานวิจัยฯ วช. 2 รายการไปแล้ว คือ
Omeprazole Capsule 20 mg และ Meloxicam Tablet 15 mg
ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการโครงการนี้และการจัดสรรงบประมาณ ของ วช. |
|  |