
การแถลงข่าวผลการประชุมสภากลาโหม เมื่อ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๔
ณ
ห้องแถลงข่าว ในศาลาว่าการกลาโหม
โดย พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง
โฆษกกระทรวงกลาโหม
ท่านสื่อมวลชนทุกท่าน วันนี้ได้มีการประชุมสภากลาโหม
โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ได้มอบหมายให้ผม พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม
เป็นผู้แถลงเรื่องสำคัญจากผลการประชุมในครั้งนี้
โดยมีเรื่องที่จะเรียนให้สื่อมวลชนทราบเพื่อจะได้ช่วยแจ้งต่อสาธารณชนทราบต่อไป
ดังต่อไปนี้.-
๑. พระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ
ตามที่ นายกรัฐมนตรี ได้นำคณะรัฐมนตรี เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ก่อนเข้ารับหน้าที่ เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคมที่ผ่านมา ในโอกาสนี้ ได้พระราชทานพระบรมราโชวาท เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน มีใจความสำคัญ โดยสรุป คือ ให้ทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ด้วยความตั้งใจ เพื่อผลสำเร็จและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติ
และในโอกาสที่คณะบุคคลต่างๆ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗๙ พรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๔ ซึ่งมีพระราชเสาวนีย์ในเรื่องต่างๆ เช่น การให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ทรงเน้นย้ำถึงความสำคัญของป่าไม้ ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร รวมทั้งการแก้ไขปัญหายาเสพติด และเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จึงขอให้หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ได้น้อมนำพระราชดำรัสและพระราชเสาวนีย์ดังกล่าว ไปถ่ายทอดให้กำลังพล ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน เพื่อความเป็นสิริมงคลทั้งกับตนเองและครอบครัว ตลอดจนประเทศชาติสืบไป
๒. นโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตั้งแต่วันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๕๔ นั้น ในวันนี้เป็นการแจ้งนโยบายให้ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงกลาโหมได้รับทราบ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
ส่วนแรก เป็น นโยบายทั่วไป รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เน้นย้ำให้ส่วนราชการ และข้าราชการในกระทรวงกลาโหม ยึดมั่นและช่วยกันพิทักษ์รักษาสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ยึดถือกฎหมายนโยบายรัฐบาล ยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศ แผนแม่บทการปรับปรุงโครงสร้าง และแผนพัฒนาขีดความสามารถของกระทรวงกลาโหม เป็นหลักในการดำเนินการ รวมทั้งพิจารณาปรับปรุงให้ทันสมัย และเหมาะสมกับสภาวการณ์ ตลอดจน ให้ความสำคัญในการตอบสนองนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และภารกิจอื่นตามที่ได้รับมอบหมายเป็นการเฉพาะ
ส่วนที่สอง เป็น นโยบายเพื่อการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งเป็นนโยบายในการดำเนินการ เพื่อรองรับนโยบายของคณะรัฐมนตรี ทั้งที่เป็นนโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่มดำเนินการในปีแรก และนโยบายที่จะดำเนินการภายในช่วงระยะ ๔ ปี ได้แก่ การพิทักษ์รักษา เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และป้องกันบุคคลที่แอบอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์ในทางที่มิชอบ การสนับสนุนการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ และฟื้นฟูประชาธิปไตย กองทัพต้องอยู่เคียงข้างประชาชน และไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการเมือง การสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การพัฒนาศักยภาพของกองทัพให้ทัดเทียมกับกองทัพของประเทศชั้นนำในอาเซียน การพัฒนาความร่วมมือทางทหารกับต่างประเทศ เพื่อนำไปสู่การเป็นประชาคมการเมืองและความมั่นคงของอาเซียน ในปี พ.ศ.๒๕๕๘ การพัฒนากิจการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศเพื่อมุ่งสู่การพึ่งพาตนเอง การพัฒนาพลังอำนาจแห่งชาติเพื่อช่วยเหลือประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีเกิดภัยพิบัติร้ายแรง การพัฒนาประเทศเพื่อความมั่นคง การดำเนินการตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ การรักษาผลประโยชน์ของชาติและการแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติ ทั้งนี้ จะต้องให้ความสำคัญกับการงานด้านการข่าวซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงทั้งปวง ส่วนนโยบายการพัฒนาภายในกระทรวงกลาโหม ก็ขอให้ความสำคัญทั้งในส่วนของการพัฒนาระบบงาน และการพัฒนาบุคลากร
๓. การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
ตามที่ได้เกิดอุทกภัยขึ้นในพื้นที่ส่วนต่างๆ ของประเทศ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมาก และที่ผ่านมาศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกระทรวงกลาโหม โดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองบัญชาการกองทัพไทยและเหล่าทัพ ได้จัดกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์ ออกให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยมาอย่างต่อเนื่อง โดยประสานการปฏิบัติกับจังหวัด ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง มูลนิธิ และภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด นอกจากนั้นยังได้ปฏิบัติภารกิจ ในการนำสิ่งของพระราชทานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ ไปมอบให้กับราษฎรผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ซึ่งยังความปลาบปลื้มแก่ประชาชน ในพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่ง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ขอบคุณผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และกำลังพลทุกนาย ในศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทุกระดับ ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในการอำนวยการ และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และขอให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกับให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันที และทั่วถึงในทุกพื้นที่
๔. การแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด
ตามที่มีการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง บริเวณตามแนวชายแดน ที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของยาเสพติดสูงขึ้นอยู่ในขณะนี้ ถึงแม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ร่วมมือในการป้องกัน และปราบปรามแล้วก็ตาม แต่ปัญหายาเสพติดก็ยังคงมีอยู่เป็นจำนวนมากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ ได้เพิ่มมาตรการด้านการข่าว การเฝ้าตรวจ และลาดตระเวนพิสูจน์ทราบ รวมทั้งมาตรการอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อสกัดกั้นและปราบปรามกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง และให้กำชับกำลังพลทุกนายตลอดจนครอบครัว มิให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดโดยเด็ดขาด
๕. การดำเนินการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย กัมพูชา
การดำเนินการ เรื่อง การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย - กัมพูชา นั้น เป็นเรื่องนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และเป็นงานที่มีความสำคัญลำดับต้นที่กระทรวงกลาโหมจำเป็นต้องดำเนินการให้บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยแท้จริง
สำหรับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติ ตามคำสั่งมาตรการชั่วคราวของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศจะนำประเด็นต่างๆ เสนอเข้าขอรับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีหรือจากรัฐสภาแล้วแต่กรณี เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติและกระบวนการทางกฎหมายของไทยต่อไป
ในส่วนของกระทรวงกลาโหมนั้น เนื่องจากประเด็นต่างๆ ที่ส่งผลต่อการปฏิบัติของกระทรวงกลาโหม ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเป็นอย่างมาก เช่น การปฏิบัติภารกิจของชุดผู้สังเกตการณ์อินโดนีเซีย เป็นต้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมในการดำเนินการต่างๆ ให้สอดคล้องกับมติของคณะรัฐมนตรีหรือรัฐสภาที่จะมีขึ้นในเร็วๆ นี้ ต่อไป
นอกจากนั้น ขอให้กองเลขานุการ GBC ได้นำข้อมูล แนวทาง และท่าทีของฝ่ายไทยที่ได้มีการประชุมหารือที่ผ่านมา รวมทั้งผลการดำเนินการของ RBC ไปหารือและประสานการปฏิบัติกับกองเลขานุการ GBC ฝ่ายกัมพูชาอย่างใกล้ชิด เมื่อมีความชัดเจนจากผลการประสานการปฏิบัติแล้ว ฝ่ายไทยจะได้นำมาจัดทำร่างกรอบการเจรจาสำหรับการประชุม GBC แล้วเสนอขอรับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาต่อไป ทั้งนี้ เพื่อมิให้การดำเนินการในขั้นตอนต่อไป คือ การประชุม GBC และการเดินทางไปเยือนกัมพูชาเกิดความล่าช้า
อีกประเด็นหนึ่งที่มีความสำคัญในเวทีประชาคมระหว่างประเทศก็คือ แม้ว่าคำสั่งมาตรการชั่วคราว จะมิได้ระบุห้วงเวลาที่ชัดเจนเกี่ยวกับการรายงานผลการปฏิบัติตามคำสั่งศาลฯ ก็ตาม แต่นานาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศสมาชิกอาเซียน ก็กำลังติดตามความคืบหน้าของการดำเนินการตามคำสั่งศาลฯ ของไทยและกัมพูชาอย่างใกล้ชิด ซึ่งส่งผลให้ทั้งไทยและกัมพูชาต้องพิจารณาดำเนินการดังกล่าวในห้วงเวลาที่เหมาะสม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เน้นย้ำให้หน่วยที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการ รวมทั้งประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานนอกกระทรวงกลาโหมที่เกี่ยวข้องต่อไป
๖. การปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติและเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ซึ่งทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือในการแก้ไขปัญหาให้เป็นไปตามกรอบยุทธศาสตร์ การแก้ไขปัญหาความมั่นคงในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ด้วยการเสริมสร้างความเข้าใจ การป้องกันและแก้ไขภัยแทรกซ้อนควบคู่กับการดำเนินการ ให้มีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยต้องดำเนินการให้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายที่กำหนด
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จึงขอให้หน่วยที่เกี่ยวข้องยึดถือแนวทางยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และยุทธศาสตร์ของ กอ.รมน. ทั้ง ๖ ยุทธศาสตร์ มาใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา การปฏิบัติงานเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่มีความยากลำบาก ต้องใช้ความอดทนสูง จึงขอให้กำลังพลทุกนายมีความเชื่อมั่นในผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ร่วมกันแก้ไขปัญหาด้วยความรอบคอบ มีความตั้งใจจริง มีความสามัคคี และสนับสนุนการปฏิบัติงานให้ประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน