นโยบายปลัดกระทรวงกลาโหม
พลเอก อภิชาต  เพ็ญกิตติ

    เจตนารมณ์ของปลัดกระทรวงกลาโหม

           พัฒนาสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมให้ได้รับความเชื่อมั่นจากหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและ เหล่าทัพ ในฐานะเป็นหน่วยงานหลักของกระทรวงกลาโหมในการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ อำนวยการ และกำกับดูแล รวมทั้งผลักดันให้ กระทรวงกลาโหมมีบทบาทนำ ในฐานะเป็นหน่วยงานหลักด้านความมั่นคงของชาติ ในการป้องกันประเทศ การรักษาผลประโยชน์แห่งชาติ การปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์และเป็นกลไก ด้านความมั่นคงที่สำคัญของประชาคม การเมืองความมั่นคงระหว่างประเทศ

    นโยบายทั่วไป
           ๑. น้อมนำพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นหลักในการปฏิบัติราชการ เพื่อเสริมสร้างความสมานฉันท์ของทุกภาคส่วนให้เกิดความมั่นคง และความสงบสุขในสังคมไทยให้ยั่งยืนตลอดไป
           ๒. ยึดถือและปฏิบัติตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวมทั้งนโยบายและการสั่งการของอดีตปลัดกระทรวงกลาโหม
           ๓. ยึดถือและปฏิบัติตามพันธกิจ เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ที่กำหนด ในแผนปฏิบัติราชการ รวมทั้งเป้าหมาย ตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

    นโยบายเฉพาะ
           ๑. เร่งรัดการพัฒนาขีดความสามารถและบทบาทของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมให้เป็นหน่วยงานหลักของกระทรวงกลาโหม ในงานด้านนโยบาย และยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การกำหนดเป้าหมาย ทิศทาง และแนวทางการปฏิบัติแก่หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพ เพื่อนำไปปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ รวมทั้งการอำนวยการและกำกับดูแลการปฏิบัติตามนโยบายและยุทธศาสตร์ให้สัมฤทธิ์ผล
           ๒. เร่งรัดการพัฒนาขีดความสามารถของกำลังพลและหน่วยงานของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ให้มีบทบาทนำในการดำเนินงานความร่วมมือด้านความมั่นคงกับมิตรประเทศและองค์การระหว่างประเทศ ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มกระทรวงกลาโหมอาเซียน ทั้งนี้ เน้นการดำรงไว้ ซึ่งการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและเพิ่มความสำคัญให้กับการป้องกันความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น
           ๓. ส่งเสริมและสนับสนุนให้กำลังพลทุกระดับ ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม โดยการสอบคัดเลือกไปศึกษาต่อ ฝึกอบรม ประชุมและสัมมนาในสถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของหน่วยภายในประเทศ และต่างประเทศ ด้วยการตั้งโครงการให้ทุนการศึกษาของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และแสวงหาทุนการศึกษา จากมิตรประเทศ
           ๔. การปรับปรุงโครงสร้างการจัดหน่วยและระบบงานในสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม จะต้องประสานกับหน่วยขึ้นตรงของกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพ ให้เป็นไปตามแผนแม่บทการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงกลาโหม เพื่อนำไปสู่เป้าหมาย ๕ R ดังนี้
                  ๔.๑ Right Structure คือ การมีโครงสร้างการจัดหน่วยที่ถูกต้อง เหมาะสม
                  ๔.๒ Right Sizing คือ การมีขนาดและอัตรากำลังของหน่วยที่ถูกต้องและเหมาะสม
                  ๔.๓ Right Management คือ การมีการบริหารการจัดการที่ดี
                  ๔.๔ Right Attitude คือ การมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในงานที่ตรงตามหน้าที่ และมีทัศนคติที่ดีต่อหน่วย
                  ๔.๕ Right Training คือ การมีระบบการฝึกอบรม เพื่อพัฒนาบุคลากรให้ตรงกับงานที่ปฏิบัติ
           ๕. ปรับปรุงและพัฒนาระบบงานกำลังพลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นจะต้องปกครองบังคับบัญชา และบริหารจัดการกำลังพล ด้วยความยุติธรรม มีคุณธรรม ดูแลสิทธิกำลังพลรวมทั้งสวัสดิการของผู้ใต้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น รวมทั้งครอบครัว โดยเฉพาะข้าราชการชั้นผู้น้อยให้มีขวัญกำลังใจ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยให้กรมเสมียนตราเป็นหน่วยรับผิดชอบกำหนดนโยบาย และยุทธศาสตร์ด้านกำลังพลให้แก่หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ
           ๖. ปรับปรุงและพัฒนา การให้บริการทางการแพทย์ เพื่อให้กำลังพลทุกระดับ มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และสมบูรณ์โดยให้บริการและดูแลกำลังพลให้ทั่วถึงทุกระดับ รวมทั้งการจัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ หมุนเวียนให้บริการในพื้นที่ที่ตั้งหน่วย และบ้านพักของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ตามขีดความสามารถ และห้วงเวลาที่เหมาะสม
           ๗.ปรับปรุงและพัฒนาระบบการผลิตและผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับและตรงตามความต้องการของหน่วยใช้โดยการปรับปรุงแหล่งผลิต โครงสร้างและการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ สร้างกลไกการตลาดสามารถรองรับการจำหน่ายผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ทั้งในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศ โดยการร่วมงาน ร่วมทุนหรือดำเนินการกับภาคเอกชนตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายให้เป็นรูปธรรม เพื่อมุ่งไปสู่การพึ่งพาตนเอง
           ๘. ปรับปรุงและพัฒนากิจการพลังงานทหาร เพื่อมุ่งไปสู่การสะสมแหล่งพลังงานสำรอง สนับสนุนให้กับเหล่าทัพในยามวิกฤตและยามสงคราม รวมทั้งการเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการด้านพลังงานทดแทน และด้านสายวิทยาการการพลังงานทหารของกระทรวงกลาโหม
           ๙. ปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างการจัดหน่วยและระบบงานการระดมสรรพกำลัง งานการกำลังสำรองของกระทรวงกลาโหมให้เกิดประสิทธิภาพและมีขีดความสามารถในการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของกองบัญชาการกองทัพไทยและเหล่าทัพ ตามแผนที่กำหนด
           ๑๐. ปรับปรุงและพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารไปสู่การเป็นกระทรวงกลาโหมอิเล็กทรอนิคส์ (e – defence) รวมทั้งพัฒนางาน ด้านกิจการอวกาศและภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อความมั่นคงให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม และดำเนินการเกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการบริหารราชการทั่วไปของกระทรวงกลาโหม ให้สามารถติดต่อเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานในกระทรวงกลาโหมได้อย่างมีประสิทธิภาพและเห็นผลเป็นรูปธรรม
           ๑๑. ส่งเสริมและเร่งรัดการพัฒนาระบบงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ตามแผนแม่บท การปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงกลาโหม และนโยบายการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องประเทศ โดยมุ่งเน้นการขยายผลงานการวิจัยและพัฒนา เพื่อนำไปสู่การผลิตในงานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และการนำไปใช้งานที่เป็นรูปธรรมและได้รับการยอมรับจากหน่วยใช้ โดยพิจารณาให้หน่วยงานพลเรือนและภาคเอกชน ที่มีขีดความสามารถเข้ามามีส่วนร่วม
           ๑๒. ให้สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นหน่วยหลัก ในการประสานงานบรรเทาสาธารณภัยและช่วยเหลือประชาชนตามแผนบรรเทาสาธารณภัย ของกระทรวงกลาโหม รวมทั้งประสานการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ งานด้านพัฒนาประเทศเพื่อความมั่นคง งานด้านกิจการพลเรือน การแก้ปัญหาสังคมยามวิกฤต ตามนโยบายของรัฐบาลร่วมกับส่วนราชการทั้งภายในและภายนอกกระทรวงกลาโหม ตลอดจนมิตรประเทศโดยใกล้ชิดและรวดเร็ว
           ๑๓ . การปฏิบัติราชการต้องยึดหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี เน้นการกระจายอำนาจการตัดสินใจ การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน การปรับปรุงบทบาท ภารกิจ และโครงสร้างการจัดหน่วยให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง การใช้เกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐเป็นแนวทางในการพัฒนาองค์กร การพัฒนาระบบการประเมินผลการปฏิบัติราชการให้เป็นรูปธรรมทั้งระดับหน่วย และบุคคล รวมทั้งการพัฒนากำลังพลให้มีคุณธรรม จริยธรรม ควบคู่กับความสามารถในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้การดำเนินการต้องประสานสอดคล้องกับแบบธรรมเนียมทหาร
           ๑๔. ปรับปรุงและพัฒนาระบบงบประมาณ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด บรรลุเป้าหมาย ตามแผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีที่กำหนดไว้ โดยให้ สำนักงบประมาณกลาโหม เป็นหน่วยรับผิดชอบกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ ด้านงบประมาณให้แก่หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ
           ๑๕. ปรับปรุงและพัฒนาระบบการเงินให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งในด้านสิทธิกำลังพล การให้บริการแก่ข้าราชการทหาร พนักงานราชการและลูกจ้าง รวมทั้งผู้รับเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ โดยให้กรมการเงินกลาโหมเป็นหน่วยงานหลักในสายวิทยาการด้านการเงิน กำหนดแนวทางในการปฏิบัติด้านการเงินของกระทรวงกลาโหม
           ๑๖. การจัดหาพัสดุ อาวุธยุทโธปกรณ์ และสิ่งอุปกรณ์ของทุกหน่วยในสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม จะต้องปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ มีประสิทธิภาพ โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน และมีผู้รับผิดชอบในทุกกระบวนการ
           ๑๗. ปรับปรุงและพัฒนาระบบงานด้านกฏหมายทหารรวมทั้งปรับปรุงและพัฒนากฏหมาย กฏ ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง ภารกิจ โครงสร้าง การจัดหน่วย และอัตราสิ่งอุปกรณ์ ให้เหมาะสมทันสมัยและสอดคล้องกับพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พุทธศักราช ๒๕๕๑ และสภาพแวดล้อมของประเทศ

    .....................................

    นโยบายเฉพาะ (เพิ่มเติม)
           ๑. ให้หน่วยที่เกี่ยวข้องกับโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคล
    เฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๘๔ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ ติดตามการดำเนินงานในความรับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้โครงการดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ
           ๒. ให้หน่วยที่มีศักยภาพทั้งในเรื่องกำลังพล สถานที่ และความใกล้ชิดกับประชาชน โดยเฉพาะหน่วย
    ในพื้นที่ต่างจังหวัดให้ความสนใจ และริเริ่มกิจกรรม เพื่อการปกป้องและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ การสร้าง
    ความสมานฉันท์ของคนในชาติ และการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่าง ๆ
           ๓. ให้ดำรงไว้ซึ่งบทบาทนำของกระทรวงกลาโหมไทยในกลุ่มกระทรวงกลาโหมของประเทศสมาชิกอาเซียนในการสร้างประชาคมการเมืองความมั่นคงอาเซียน ที่เน้นการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและป้องกันการเกิดความขัดแย้ง เพื่อสร้างความมั่นใจ เสถียรภาพ และสันติภาพในภูมิภาค
           ๔. เพื่อเป็นการเตรียมการรองรับปัญหาวิกฤตด้านพลังงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จึงให้มีการดำเนินการด้านการพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก โดยพิจารณาความร่วมมือจากองค์กรภาคต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการดำเนินการ
           ๕. การดำเนินการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ จะต้องให้ความสำคัญกับระบบงานทั้ง ๕ ด้าน คือ งานวิจัยและพัฒนา งานพัฒนากำลังพล งานพัฒนา โครงสร้างพื้นฐาน งานถ่ายทอดองค์ความรู้ และงานการมาตรฐานทางทหาร โดยในส่วนของงานวิจัยและพัฒนา จะต้องมุ่งไปสู่การพึ่งตนเอง ทางด้านยุทโธปกรณ์ ในอนาคต
           ๖. ให้เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณตามแผนการใช้จ่ายงบประมาณที่กำหนดไว้ โดยกำหนดให้มีการเตรียมการเพื่อให้สามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้ในโอกาสแรก ทั้งนี้ เพื่อให้งบประมาณที่ได้รับเกิดประโยชน์ต่อหน่วยและประเทศชาติอย่างเต็มที่
           ๗. ให้ผู้บังคับหน่วยดูแลความเป็นอยู่ของกำลังพลและครอบครัว ทั้งในเรื่องของสถานที่ทำงาน บ้านพักอาศัย
    สิ่งอำนวยความสะดวก สถาพแวดล้อม รวมทั้งการสร้างรายได้เพิ่มเติม เพื่อส่งเสริมให้กำลังพลมีขวัญ กำลังใจ และประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานเพิ่มขึ้น

    .....................................